วันที่ 1 ก.ค.69 เมื่อเวลา 16.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่3
โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท้าให้ประกาศกลางสภาฯจะไม่รับส่วยว่า ตนมารับตำแหน่งรมว.คมนาคม โดยไม่มีความเป็นมืออาชีพในเชิงวิศวกร ต้องขอเวลาศึกษาและคิดให้รอบคอบในสิ่งที่ดำเนินการทั้งมิติทางบก อากาศ น้ำ ราง จะพยายามให้ดีที่สุด โครงการที่เริ่มไปแล้วจะสานต่อให้จบ แต่ไม่เชื่อที่ใครบอกว่า มานั่งเป็นเจ้ากระทรวงแล้วไม่มีความผิดพลาด แต่ความผิดพลาดถือเป็นบทเรียนและความรู้ให้ผู้บริหารมีความเข้มแข็ง แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น สิ่งที่นายสุรเชษฐ์บอกให้พูดว่า ในยุคของตนจะไม่รับส่วยนั้น ตนขอยืนยัน ระยะเวลา2ครั้งที่มาอยู่ในกระทรวงคมนาคม ยังไม่ได้เห็น และไม่อยากเห็น
”ผมมีความตั้งใจ บริสุทธิ์ใจ เชื่อว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ กระทรวงคมนาคมในยุคที่ผมดูแลจะแตกต่างจากยุคที่ผ่านมาหรือไม่ จะทำให้ดีสุดเท่าที่มีความสามารถ แต่ไม่ใช่ความสามารถที่เอานักเรียนฝึกหัดมาบริหารกระทรวงใหญ่โต” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้ไม่มีความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม แต่มีมุมมองบริหารธุรกิจ ถ้าเป็นเจ้าของกิจการจะขาดทุนไม่ได้ ต้องทำกำไร แต่การเป็นเจ้ากระทรวงต้องบริการประชาชนให้มากที่สุด การบริหารราชการขอแค่เสมอตัว ไม่ใช้คำว่ากำไร เพราะเงินทุกบาทเราได้รับจากภาษีของคนจ่ายภาษี การบริหารราชการต้องโปร่งใสมาก ลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดคือเป้าหมายของตน การบริหารราชการไม่จำเป็นต้องทำกำไรทุกมิติ กระทรวงคมนาคมต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องทำให้เกิดผลกำไร ตนอยู่มา 3กระทรวงคือ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน มั่นใจไม่เคยมีการคอร์รัปชั่น ไม่เคยได้รับคำร้องเรียน วันนี้มาอยู่กระทรวงคมนาคม มีงบแทบจะสูงสุด จะพิสูจน์ให้ทราบว่า การมาอยู่ในกระทรวงใหญ่ คาแรกเตอร์เดิมหรือจุดยืนในกระทรวงเดิมๆ ยังเก็บไว้ได้ขนาดไหน ไม่ขออธิบาย ไม่ขอพูด ขอให้สมาชิกได้ตรวจสอบต่อไป
ด้านนายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่นายพิพัฒน์ประกาศในยุคของท่านจะไม่มีส่วยก่อสร้าง ผู้รับเหมาไม่ต้องมาจ่ายค่าต๋ง นายพิพัฒน์ให้ความชัดเจนว่า จะไม่เก็บส่วย แต่ขอให้พูดสั้นๆว่า ผู้รับเหมาไม่ต้องมาจ่ายส่วย เพราะนายพิพัฒน์ไม่รับแน่ แต่ไม่รู้หนูทิน -เน จะรับหรือไม่ อยากให้ได้คำมั่นว่า ผู้รับเหมาไม่ต้องจ่ายส่วย เพราะตอนนี้ใกล้ตายกันแล้ว
แต่นายเลิศศักดิ์ ในฐานะประธานการประชุมกล่าวตัดบทว่า ไม่ต้องให้รัฐมนตรียืนยัน เพราะรัฐมนตรีพูดชัดเจนแล้วไม่ต้องจ่ายส่วย
จากนั้นนายพิพัฒน์ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ตามที่นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามเพิ่มเติมว่า สิ่งที่บอกว่ารัฐบาลไม่สนใจอุทกภัยหาดใหญ่นั้น นายกฯห่วงใยและสั่งการถึงผวจ.สงขลา ให้เตรียมพร้อม และสั่งการถึงอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น แจ้งไปยังเทศบาลนครหาดใหญ่ให้เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญฝากผู้บริหารท้องถิ่นซักซ้อมเจ้าหน้าที่อบจ. เทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนถึงฤดูน้ำหลาก ทราบว่า ปีที่ผ่านมาไม่มีการซักซ้อม ได้พูดกับนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า แม้มีเครื่องมือ แต่ถ้าไม่ซักซ้อมก็เหมือนมีเศษเหล็ก ขอบคุณสมาชิกที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ หรือถ้าเกิดเหตุก็ต้องเบาลง ทรัพย์สินเสียหายไม่เป็นไร แต่อย่าให้มีผู้เสียชีวิตเหมือนที่ผ่านมา ไม่อยากโทษใคร แต่ทุกคนในจ.สงขลาทราบดี การสูญเสียที่เกิดขึ้นมาจากอะไร ที่ผ่านมาเราอาจไม่ประสานงานดีเท่าที่ควร








