วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แถลงข่าวภายหลังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 โดยระบุถึงความสำคัญของการแถลงงบประมาณที่มีวงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท แต่ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้เดินทางมาแถลงด้วยตนเอง และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติหน้าที่แทน
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงหลักเกณฑ์ในการขอรับงบประมาณ ซึ่งปกติควรมีนโยบาย 7 ประการ แต่งบประมาณปี 2570 กลับปรากฏเพียง 2 ประการ คือ 1. การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ และ 2. ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาประเทศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมต่อสังคม ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่าในประเด็นหลังนี้รัฐบาลไม่ได้ให้ความใส่ใจเท่าที่ควร
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า นายอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายสมัยตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย ซึ่งพฤติกรรมในอดีตย่อมเป็นเครื่องชี้เจตนาในการบริหารราชการแผ่นดินว่ามีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือมีพฤติการณ์ทุจริตหรือไม่ โดยตนต้องการชี้ให้เห็นว่าการบริหารเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่หากทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ในระหว่างการอภิปราย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีข้อกล่าวหาต่อนายอนุทินว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงทันที โดยอ้างว่าเป็นการอภิปรายนอกเรื่อง ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น มีความเห็นสอดคล้องกับการประท้วงและไม่อนุญาตให้ตนอภิปรายต่อ แต่ทาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่าประเด็นนี้ไม่ใช่การนอกเรื่อง เพราะการพิจารณางบประมาณจำเป็นต้องพิจารณาถึงพฤติกรรมและความสุจริตของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศด้วย หากขาดความสุจริตย่อมส่งผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมกันนี้ยังได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ว่ามีการแสดงออกที่เอนเอียง ตนจึงตัดสินใจนำข้อมูลที่เตรียมไว้มาแถลงต่อสื่อมวลชนภายนอกห้องประชุมแทน








