เปิดประวัติ "สาธุ" อ้างมือแกะสูตรฮั้วสว. พบร่วมงานหลายพรรคการเมือง ด้านคนใน กกต. ระบุหากมีการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว พบว่า"สาธุ"กล่าวอ้างลอยๆ อาจมีความผิดทางกฎหมายหลายมาตรา
จากกรณีนายสาธุ อนุโมทามิ ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเป็นผู้วางแนวคิดและออกแบบกลยุทธ์เกี่ยวกับการเลือก สว. ล่วงหน้าก่อนมีการเลือกประมาณ 6 เดือน หลังได้รับการติดต่อจากอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งในพื้นที่ภาคกลางให้ช่วยออกแบบระบบการดำเนินการ โดยออกแบบให้ทั้ง 20 กลุ่มวิชาชีพมีตัวแทนกลุ่มละ 4 คน และวางโครงสร้างผู้สมัครไว้กลุ่มละ 5 คน รวมทั่วประเทศประมาณ 878 คน ราว 5,000 คน แต่มีคนรู้แนวคิดจึงมีการเพิ่มจำนวนผู้สมัครเป็นกว่า 10,000 คน จ่ายค่าตอบแทนรายละ 5,000 บาท และออกค่าสมัครอีก 2,500 บาท จนได้รายชื่อ สว. ตามผลการเลือกตั้งที่ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบค้นข้อมูลพบว่านายสาธุ อนุโมทนามิ เดิมชื่อ "นายวิโรจน์ พูลสุข" ประธานสภาองค์กรวิทยุและโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติเเละเคยร่วมทำงานอยู่เบื้องหลังสนับสนุนนักการเมืองพรรคต่างๆมานานหลาย 10 ปี และยังเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองหลายวาระ โดยปี 2550 นายวิโรจน์เป็นแกนนำเครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย เคลื่อนไหวผลักดันให้มีการบรรจุคำว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ในรัฐธรรมนูญ 2550
โดยวันที่ 1 ก.ย. 2568 นายสาธุ ได้ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อนำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยพบว่าตอนนั้นพรรคประชาชนมีแนวโน้มจะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกฯ โดยนายสาธุยื่นหนังสือให้พรรคประชาชนทบทวน โดยอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการฮั้วสว.
เเละล่าสุดนายสาธุ ยังเคลื่อนไหวร่วมกับสว.สำรองเเละนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในการติดตามการดำเนินคดีการฮั้ว สว.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. กล่าวว่า หากมองประวัติของนายสาธุในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเเละเเถลงข่าวล่าสุดโดยนายสาธุยอมรับว่า นายสาธุคือคนร่วมเสนอเเผนการฮั้วสว. ต่อนักการเมืองรายหนึ่งในภาคกลางนั้น ต้องพิจารณาว่า ทำไมนายสาธุเพิ่งออกมายอมรับ และทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่ 2 ปึที่เเล้ว หลังการได้มาซึ่งสว.ทุกระดับเสร็จสิ้น เพราะนายสาธุอ้างว่าตนคือหนึ่งในคนเสนอเเผนการได้มาซึ่งสว.
เเหล่งข่าว กล่าวว่า หากพิจารณาสิ่งที่นายสาธุอ้างล่าสุดพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างมีน้ำหนักค่อนข้างน้อย เพราะการเคลื่อน ไหวของนายสาธุในการเเถลงข่าวล่าสุดเพิ่งปรากฏในตอนนี้ หากพิจารณาการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลากกิจกรรมในหลาย 10 ปีที่นายสาธุดำเนินการนั้น เเสดงว่านายสาธุคือนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนหนึ่งที่มีจุดประสงค์บางอย่างทางการเมือง
"นายสาธุ เเถลงเองว่า ก่อนหน้านั้นได้เจอนักการเมืองจากภาคกลางคนนั้นจริง เเละเเนวคิดของนายสาธุโดนนำไปปรับใช้ และผิดจากที่นายสาธุคาดไว้ แต่ทำไมนายสาธุไม่เปิดเผยชื่อ ตำเเหน่งของนักการเมืองคนนั้นให้สังคมรับรู้ และทำไมไม่แจ้งความกับกกต.หรือดีเอสไอตั้งแต่ต้น"
"สำหรับกรณีนี้อาจตีความได้ นายสาธุอาจร่วมวางแผนกระทำผิดไปด้วย และเป็นไปได้ว่าแผนนี้ตามที่นายสาธุอ้างจะถูกกระจายให้พรรค กลุ่มการเมืองต่างๆไปปรับใช้แต่อาจไม่ประสบผล เนื่องจากมีนักวิชาการรัฐศาสตร์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์ ทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมืองมีการวางเแผนฮั้วสว.จริง แต่การดำเนินการไม่ประสบผลตามที่คาดไว้“ เเหล่งข่าวกล่าวเเละว่า หากมีการสอบสวนเรื่องนี้เกิดขึ้น และหากพบว่านายสาธุกล่าวอ้างลอยๆ พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก นายสาธุอาจมีความผิดทางกฎหมายหลายมาตรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคลากรจำนวนมากที่มีชื่อเสียงเเละลงสมัครสรรหาสว.ครั้งที่ผ่านมาต้องตกรอบต่างๆ โดยต้องผ่านการเลือกมาแล้วในระดับต่างๆคือ 1.ระดับอำเภอ 928 อำเภอ/เขต (คัดจาก 4.6 หมื่นคน เหลือ 2.3 หมื่นคน)2.ระดับจังหวัด 77 จังหวัด (คัดจาก 2.3 หมื่นคน เหลือ 3 พันคน) 3.ระดับประเทศ (คัดจาก 3 พันคน เหลือ 200 คน) โดยมี 2,995 คนสุดท้ายที่อยู่ในกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม
ทั้งนี้ บางคนตกรอบตั้งแต่รอบแรกๆ (ระดับจังหวัด)เช่น นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล, นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมิอง, นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เจ้าของรพ.เอกชน, นายยุทธพิชัย ชาญเลขา นักเเสดง, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.,นางสาวนารากร ติยายน พิธีกร
ขณะเดียวกันบางรายตกรอบระดับประเทศ ทั้งในระบบเลือกกันเองเเละระบบเลือกไขว้ เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี,นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี,นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตรองประธานวุฒิสภา, นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์, นายษิทรา เบี้ยบังเกิด(ทนายตั้ม),นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ พิธีกรโทรทัศน์ ,น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตบรรณาธิการข่าว








