วันที่ 26 มิถุนายน 2569 บริเวณถนนพระราม 5 หน้าทำเนียบรัฐบาล นายอภิศักดิ์ ทัศนี โฆษกการชุมนุมเครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ของรัฐบาล
โดยระบุว่าจุดเริ่มต้นของการชุมนุมครั้งนี้มาจากการที่รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมายและโครงการดังกล่าว ซึ่งทางเครือข่ายมองว่าเป็นทิศทางการพัฒนาภาคใต้ที่ไม่เป็นธรรม เป็นการนำทรัพยากรทั้งหมดไปประเคนให้กลุ่มทุนต่างชาติ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับเพียงมลพิษ ผลกระทบจากอุตสาหกรรม และการถูกแย่งยึดอาชีพ ที่ดิน อากาศ และแหล่งน้ำ
โดยมีบทเรียนความล้มเหลวชัดเจนจากการบังคับใช้กฎหมาย EEC มาตลอด 6 ปีที่สร้างความเสียหายอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับเลือกก๊อปปี้แนวคิดเดิมมาใช้กับภาคใต้ ทั้งที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันชัดเจนว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า มีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จ และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนสูงมาก ทางเครือข่ายจึงได้ประกาศข้อเรียกร้อง 5 ประการ คือ
1. ให้ยุติการผลักดันกฎหมาย SEC 2. ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ 3. เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม 4. ให้เยียวยาผลกระทบจากการถมทะเลมาบตาพุดต่อชาวประมงที่ยังไม่ได้รับการชดเชย และ 5. หยุดการขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรมีกฎหมายหรือการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะที่สร้างความไม่เป็นธรรมเช่นนี้
"การเกิดขึ้นของแลนด์บริดจ์และ พ.ร.บ. SEC คือการสูญเสียป่าไม้ ที่ดิน น้ำ และทรัพยากรทั้งหมด ยิ่งกว่าการเพิกถอนทับลานเสียอีก เราจะสูญเสียป่าไม้และอุทยานตลอดแนวเส้นทางพะโต๊ะ จะสูญเสียป่าชายเลนที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเราจะสูญเสียจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของโลกอย่างริเชลิว (Richelieu Rock) และเกาะสุรินทร์ไป เพราะมันอยู่ในเส้นทางแลนด์บริดจ์
นอกจากนี้เราจะสูญเสียอาชีพ เพราะกฎหมาย SEC ให้สิทธิ์ต่างชาติสามารถทำอาชีพสงวนได้ ทั้งสภาวิชาชีพอย่างทนายความ แพทย์ หรือแม้กระทั่งการนำเที่ยว เรื่องนี้จึงเป็นวิกฤตที่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของการยึดทรัพยากร ยึดแผ่นดินของประเทศนี้ไปประเคนให้กับนายทุน ผมจึงอยากให้คนไทยสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้นและมาร่วมเรียกร้องกับพี่น้องที่ปักหลักอยู่ทำเนียบรัฐบาล"
โฆษกการชุมนุมกล่าวถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล โดยระบุว่าแม้ในช่วงแรกจะดูมีความหวังเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงทบทวนโครงการและตั้งคณะกรรมการที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน แต่เมื่อเห็นคำสั่งจริงกลับกลายเป็น "คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ" ไม่ใช่คณะกรรมการทบทวนอย่างที่กล่าวอ้าง
อีกทั้งตัวแทนประชาชนที่เข้าไปร่วมประชุมยังพบว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นเพียงการหาเหตุผลมาสร้างความชอบธรรมให้โครงการดูดีขึ้นเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 90 วันของคณะกรรมการชุดนี้ซึ่งผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่ง หน่วยงานอย่างสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และส่งต่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาโดยไม่เคยหยุดกระบวนการ
นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไปประกาศในเวที ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนามว่าจะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์แน่นอน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการตั้งคณะกรรมการของรัฐบาลเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อลดกระแสสังคมเท่านั้น เมื่อรัฐบาลเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องและไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน ทางเครือข่ายจึงประกาศยกระดับการชุมนุม โดยเตรียมเคลื่อนขบวนประชาชนกว่า 400-500 คน ไปปิดประตู 2 ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ เพื่อกดดันให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วนต่อไป








