“กมธ.การปกครอง” สภาฯ เผยผลสอบปมย้ายด่วน ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ-ปลัดจังหวัดภูเก็ต ยังไร้ข้อสรุป เหตุตัวแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่มาจับเข่าคุย เล็งจับมืออีก 4 คณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ภูเก็ต 26-27 มิ.ย. นี้ ลุยบี้ปมส่วย-มาเฟียท้องถิ่น หลัง สส.ประชาชน แฉยับกลางสภาฯ แต่ไร้หลักฐานส่งถึงมือผู้ว่าฯ
วันที่ 24 มิ.ย.2569 เวลา 15.30 น.ที่รัฐสภา นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณากรณีการสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด มาช่วยราชการเป็นเวลากว่า 1 เดือน ว่า ทาง กมธ. ได้เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้ามาให้ข้อมูลถึงเกณฑ์และอำนาจที่ใช้ในการโยกย้าย รวมถึงความคืบหน้าของผลการสอบสวน จากการสอบสวนเบื้องต้น กรมการปกครองชี้แจงว่า เป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ที่ถูกร้องเรียนมาช่วยราชการชั่วคราว เพื่อความสะดวกในการสืบสวนข้อเท็จจริง และป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ส่วนกรณีของ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ออกมาร้องเรียนว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ทาง กมธ. ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้เสียหายให้ไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษผ่านกระบวนการของศาลอาญาหรือศาลปกครองตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นายธนยศ ยืนยันว่า ข้อมูลในที่ประชุม ณ ขณะนี้ มีเพียงการชี้แจงกรอบการทำงานในหน้าที่ และภาพรวมของการขอใบอนุญาตสถานประกอบการเท่านั้น ยังไม่มีการระบุหรือพูดถึงประเด็นความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ระหว่างข้าราชการทั้ง 3 ท่านแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายเฉลิมพล แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ได้เข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ. โดยอ้างว่ามีหลักฐานเด็ดเกี่ยวกับขบวนการรับส่วย การทุจริตประพฤติมิชอบ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายธนยศ กล่าวว่า ทาง กมธ. ได้พยายามสอบเค้นว่ามีการส่งมอบหลักฐานดังกล่าวให้แก่นายอำเภอ ผู้ว่าฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้วหรือไม่
"ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตระบุชัดเจนว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับหลักฐานเชิงประจักษ์ในเรื่องนี้เลย" นายธนยศ กล่าว
ด้วยเหตุนี้ ทาง กมธ. จึงจำเป็นต้องเข้ามาจับตาและตรวจสอบเชิงลึก เพื่อค้นหาความจริงและตอบคำถามของสังคมที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กรณีของจังหวัดภูเก็ตอย่างหนาหู
สำหรับความคืบหน้าในการตั้งข้อกล่าวหาและการลงโทษทางวินัยกับปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งในวันนี้ (24 มิ.ย.) ถือเป็นวันสุดท้ายของกรอบเวลาช่วยราชการ 30 วันตามหนังสือของกรมการปกครองนั้น ทาง กมธ. ได้พยายามซักถามความชัดเจนแล้ว แต่กรมการปกครองยังไม่ได้ส่งหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการกลับมา คาดว่าจะมีการแจ้งผลภายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การสืบสวนของ กมธ. ในวันนี้ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร คือประเด็นคำสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 ท่าน เนื่องจากไม่มีตัวแทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินทางมาชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งทาง กมธ. จะยังคงติดตามให้ส่งคำชี้แจงต่อไป
นายธนยศ กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่กระจ่างที่สุด ในวันที่ 26-27 มิถุนายนนี้ กมธ.การปกครอง จะจับมือทำงานบูรณาการร่วมกับคณะกรรมาธิการอีก 4 คณะ ประกอบด้วย กมธ.การตำรวจ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กมธ.การอุตสาหกรรม กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ทั้งหมดจะร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบปูพรมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเพื่อแถลงต่อสื่อมวลชนและประชาชนให้สิ้นข้อสงสัยโดยเร็วที่สุด








