สภาฯ เตรียมเปิดศึกซักฟอกร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ระหว่าง 29 มิ.ย. - 1 ก.ค. นี้ พบ ‘งบกลาง’ ได้รับจัดสรรสูงสุดเฉียด 7 แสนล้านบาท แบกภาระบำเหน็จบำนาญข้าราชการอ่วม ด้านสภาพัฒน์ฯ มองบวกเศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนไทยโต 2.7% ขณะที่ยอดหนี้สาธารณะจ่อแตะ 66.4% ของ GDP
วันที่ 24 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค.2569 จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระแรก โดยในปีนี้รัฐบาลตั้งวงเงินงบประมาณไว้สูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7.4 พันล้านบาท
เมื่อเจาะลึกรายละเอียดโครงสร้างงบประมาณปี 2570 พบว่าแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่
รายจ่ายประจำ จำนวน 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน จำนวน 7.89 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 1.51 แสนล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 7.10 หมื่นล้านบาท
จากการจัดอันดับหน่วยรับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด 5 อันดับแรก พบว่า "งบกลาง" ยังคงครองแชมป์และได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ งบกลาง ได้รับจัดสรร 6.93 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.99 หมื่นล้านบาท) โดยรายการที่ใช้เงินมากที่สุดคือ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ สูงถึง 3.89 แสนล้านบาท รองลงมาคือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 1 แสนล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ 9.42 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการตั้งรายการใหม่ 1.20 หมื่นล้านบาท เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตราคาพลังงานผันผวน กระทรวงการคลัง ได้รับจัดสรร 4.40 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.16 หมื่นล้านบาท) กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับจัดสรร 3.59 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.58 พันล้านบาท)กองทุนหมุนเวียน ได้รับจัดสรร 2.94 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.04 หมื่นล้านบาท) กระทรวงมหาดไทย ได้รับจัดสรร 2.88 แสนล้านบาท (ลดลง 1.06 หมื่นล้านบาท)
ในทางกลับกัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2569 มีหน่วยงานและรายการงบประมาณที่ถูกปรับลดลงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ รายการเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ถูกปรับลดลงมากที่สุดถึง 5.25 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคม ปรับลดลง 2.34 หมื่นล้านบาท จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปรับลดลง 2.20 หมื่นล้านบาท รัฐวิสาหกิจ ปรับลดลง 1.33 หมื่นล้านบาท กระทรวงมหาดไทย ปรับลดลง 1.06 หมื่นล้านบาท
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตาในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน คือการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมีการจัดสรรงบประมาณด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลรวมกว่า 6.16 พันล้านบาท แบ่งเป็น แผนงานวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และ AI ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง วงเงิน 4.60 พันล้านบาท แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วงเงิน 1.56 พันล้านบาท
ด้านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.7 - 2.7 โดยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของการค้าโลกที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคการส่งออก ประกอบกับแรงส่งจากการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานผ่าน พ.ร.ก. กู้เงินฯ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงรอบด้านจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้าหลัก
ขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานยอดหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวน 11.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66.4 ของ GDP (หมายเหตุ: ยอดนี้ยังไม่รวมการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้วิกฤตพลังงานอีก 4 แสนล้านบาท) ส่วนฐานะเงินสดคงเหลือของแผ่นดิน โดยกรมบัญชีกลางระบุว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 (สิ้นสุดเดือนกันยายน) ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 5.8 แสนล้านบาท








