"2 ประธานกมธ."อาสพลธ์" และ "คงกฤษ" ประสานเสียงรับลูกคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่าความเสียหายเฉียด 4,500 ล้านบาท ย้ำบ่อนทำลายความฝันลูกหลานชาวบ้าน ลั่นใครจ่ายเงินใต้โต๊ะบรรจุผิดกฎหมายต้องออกทั้งหมด
วันที่ 23 มิ.ย.69 เวลา 15.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) พร้อมด้วย นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. และ ป.ป.ช. สนธิกำลังบุกตรวจค้นพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และจับกุมขบวนการทุจริตสอบแข่งขันเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งจัดสอบไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา
นายอาสพลธ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะลูกหลานชาวบ้านหรือชาวนาที่มีความใฝ่ฝันอยากรับราชการ แต่กลับต้องมาเผชิญกับระบบเงินใต้โต๊ะ ตั้งแต่ 300,000 ถึง 800,000 บาท ซึ่งตนเคยพาร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 จนนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) 5 หน่วยงาน และสั่งยกเลิกการสอบไปครั้งหนึ่งเนื่องจากมีข้อครหาอย่างหนัก
"ประเทศไทยไม่เคยจับขบวนการใหญ่ขนาดนี้ได้มาก่อน มูลค่าความเสียหายเกือบ 4,500 ล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องเกือบ 3,000 ราย รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามเรื่องนี้มาก ยืนยันว่าใครที่เข้าร่วมกระบวนการที่ผิดกฎหมาย ไปจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้รับการบรรจุ เมื่อมาด้วยวิธีที่ผิด ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งออกไป" นายอาสพลธ์ กล่าว
ด้าน นายคงกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ และ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการจัดประชุมร่วมกันเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีกในการสอบครั้งต่อไป
"เราได้หารือร่วมกันแล้วว่าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูล โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับคัดเลือกในการจัดสอบ ตลอดจนบริษัทเอกชนคู่สัญญาที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการสอบ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดทุกขั้นตอนว่าดำเนินการถูกต้องตามกระบวนการ และมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตตรงไหนอย่างไร ก่อนจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้หน่วยงานรับผิดชอบหลักไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป" นายคงกฤษ กล่าว








