“ฝ่ายนิติบัญญัติ” จับมือ “ฝ่ายบริหาร” ครั้งประวัติศาสตร์ เดินหน้าบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร หวังยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ให้ทันสมัยประชุมหน้า พร้อมปฏิรูประบบงบประมาณปี 2571 ไม่ให้กระจัดกระจาย ด้านประธานสภาฯ มั่นใจผู้แทนราษฎรโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องตรวจปัสสาวะ
วันที่ 22 มิ.ย.2569 เวลา 13.55 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับฝ่ายบริหารและหน่วยงานปฏิบัติการหลัก ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย
นายโสภณ เปิดเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ครั้งสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารหันมาจับมือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยที่ประชุมได้เชิญผู้บริหารระดับนโยบายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้แทนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่มาตลอด 3 ปี ได้สรุปแนวทางการจัดกระบวนการแก้ปัญหายาเสพติดออกเป็น 4 ด้าน เพื่อสร้างการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 1. การป้องกัน (ไม่ให้เสพ) มีกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก และกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานสนับสนุน 2.การบำบัดฟื้นฟู มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพหลัก โดยมีกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติคอยสนับสนุน 3.การปราบปราม มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นแกนหลัก และดึงกระทรวงกลาโหมเข้ามาช่วยเสริมกำลังในการปราบปราม และ4.การแก้ไขกฎหมาย บูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อยกร่างแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมให้กลายเป็นกฎหมายฉบับบูรณาการที่เจ้าหน้าที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในทางปฏิบัติ โดยตั้งเป้าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายในสมัยประชุมหน้า
"หากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จ จะถูกใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ไขปัญหาสำคัญอื่นๆ ของประเทศต่อไป" นายโสภณกล่าว
นอกจากนี้ ประธานสภาฯ ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันว่า งบประมาณด้านยาเสพติดยังกระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ อย่างสะเปะสะปะ ทำให้ประสิทธิภาพในการบำบัดฟื้นฟูซึ่งทำได้ยากอยู่แล้วยิ่งติดขัด โดยตั้งเป้าว่าในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 จะต้องมีการปรับปรุงให้ตรงจุดและเกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างแท้จริง
เมื่อถามถึงประเด็นการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในวงงานรัฐสภา นายโสภณ กล่าวว่า ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตัวเองต้องปลอดภัยและโปร่งสีก่อน ปัจจุบันได้สั่งตรวจปัสสาวะตำรวจสภาไปแล้ว พบสารมอร์ฟีน 1 ราย ซึ่งตรวจสอบแล้วเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ และมีนโยบายจะขยายผลตรวจเลือกตั้งลูกจ้างเหมาทั้งหมดในลำดับถัดไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นายโสภณ แสดงความมั่นใจว่า สส. ทุกท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจปัสสาวะ








