"ณัฐพงษ์-พิจารณ์" สองแกนนำพรรคประชาชน แท็กทีมแถลงปม DSI พาดพิง "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งข้อสังเกตพิรุธแถลงข่าวหวังผลการเมือง ดึงเช็งลดทอนความน่าเชื่อถือทีมฝ่ายค้านหลังลุยตรวจโครงการ TH-AI Passport ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัยเข้มไม่ป้องคนผิด ย้ำเจ้าตัวพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ชี้เห็นใจข้าราชการที่ต้องทำงานสนองใบสั่งฝ่ายการเมือง
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมกันแถลงถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงข่าวพาดพิง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและเจ้าตัวไม่ได้ปรากฏตัวเกือบหนึ่งสัปดาห์ หากหลังจากนี้ DSI มีหนังสือเชิญนายภาวุธไปชี้แจง ตนขอแบ่งแนวทางออกเป็น 2 ส่วน ประเด็นแรกคือความสมัครใจของตัวนายภาวุธเอง ซึ่งเชื่อมั่นว่ามีความพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงานอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันยังต้องรอความชัดเจนจากทาง DSI ก่อนว่าข้อกล่าวหาที่แท้จริงคืออะไร เนื่องจากตอนนี้นายภาวุธยังคงอยู่ในสถานะผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ส่วนประเด็นที่สองคือกระบวนการภายใน ซึ่งพรรคประชาชนมีมาตรฐานการกำกับดูแลและตรวจสอบทางวินัยอย่างเป็นระบบเช่นเดียวกัน
ด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตและคำถามกลับไปยังการทำงานของ DSI ว่า จากการติดตามการตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันดังกล่าว เดิมทีระบุว่าจะแถลงใน 3 ประเด็น แต่สุดท้ายกลับแถลงเพียงประเด็นเดียว และมีการเอ่ยชื่อ-นามสกุลของนายภาวุธอย่างชัดเจน ทั้งที่ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิดหรือระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในลักษณะใด ซึ่งถือเป็นการสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่สังคมต่อตัวนายภาวุธ
"ผมต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความพยายามที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธ และของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านลดลงหรือเปล่า" นายพิจารณ์ ระบุ
นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า แม้ในโลกโซเชียลมีเดียจะมีการปั่นกระแสโจมตีรุนแรงโยงไปถึงเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติหรือการฟอกเงิน แต่นายภาวุธพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และประกาศชัดเจนว่าจะ ไม่ใช้เอกสิทธิ์ความเป็น สส. ในการคุ้มครองตนเอง ในส่วนของพรรคประชาชนขอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะใช้คณะกรรมการวินัยของพรรคตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการภายในควบคู่ไปด้วย เพื่อความโปร่งใสต่อประชาชนตามวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เคยปกป้องคนผิด
เมื่อถามถึงกรณีที่ DSI แถลงข่าวพาดพิงชื่อเต็มโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง และแนวโน้มการฟ้องกลับหากไม่มีความผิด นายพิจารณ์ ระบุว่า กระบวนการทางกฎหมายตรงนั้นยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึง แต่ตนกลับรู้สึกเห็นใจข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่มากกว่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาแถลงข่าวในลักษณะที่ผิดวิสัยเช่นนี้ อาจเกิดจากการถูกกดดันโดยฝ่ายการเมือง
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ 2 คณะกรรมาธิการของพรรคประชาชน กำลังเดินหน้าตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาลอย่างเข้มข้น จึงเชื่อว่ามีความพยายามสร้างเรื่องราวขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตทีมฝ่ายค้าน
ส่วนข้อกังวลที่นายภาวุธไม่ได้เข้าร่วมประชุมและไม่สามารถติดต่อได้เกือบสัปดาห์จนอาจถูกเพ่งเล็งนั้น นายพิจารณ์ ย้ำว่า หน้าที่ในการชี้แจงและพิสูจน์ตัวเองต่อสังคมเป็นของนายภาวุธ ซึ่งพรรคก็กำลังเร่งดำเนินงานตรวจสอบภายในเพื่อให้ประชาชนที่ติดตามอยู่ได้รับข้อเท็จจริงทั้งหมด และขอยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้พยายามปิดบังข้อมูลใด ๆ อย่างแน่นอน








