เจาะลึกสถานการณ์ "รัฐบาลสีน้ำเงิน" ภายใต้การนำของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่แม้บริหารงานไม่ถึง 3 เดือน แต่กลับเผชิญมรสุมหนักจนดูเหมือนอยู่มานานหลายปี
ร่วมวิเคราะห์กับ "ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น" อาจารย์วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในรายการ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" ออกอากาศทางช่องยูทูบ กับทิศทางการเดินหน้า โครงการ AI Passport และทิศทางการอยู่รอดท่ามกลางการจ้องถล่มแผลของฝ่ายค้าน พร้อมเปิดมุมมองบทบาท "เดอะแบก" ของผู้นำพรรคภูมิใจไทย และจังหวะความเงียบที่น่าจับตาของ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯที่เร้นหายไปจากสังเวียนการเมืองแล้ว จริงหรือไม่
-สถานะและความเป็นไปของรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างไร หลังจากบริหารงานมาได้ระยะหนึ่ง เพียง 2 เดือนแต่เหมือนอยู่มา2ปี
แม้รัฐบาลของคุณอนุทินจะเพิ่งเริ่มทำงานจริงจังได้ประมาณ 2 เดือนกว่า (เริ่มช่วงเมษายน-มิถุนายน) ยังไม่ครบไตรมาสแรกดี แต่ดูเหมือนอยู่มานาน 2 ปีและมีความสะบักสะบอมมาก เนื่องจากต้องเผชิญกับ "วิกฤตโลก" ทันทีที่รับตำแหน่ง คือปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาที่มักไม่เจอวิกฤตหนักในช่วงแรก ทำให้เกิดภาพจำว่ารัฐบาลยังไม่ทันตั้งไข่ก็เจอศึกหนักเสียแล้ว
-รัฐบาลมีโครงการหรือแคมเปญอะไรบ้างที่พยายามผลักดันในช่วงแรกนี้?
ช่วงแรกหลังสงกรานต์ รัฐบาลพยายามประคองตัวและออกแคมเปญเพื่อสร้างผลงาน ได้แก่
ไทยช่วยไทย Plus พัฒนามาจากโครงการ "คนละครึ่ง Plus" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
AI Passport (Thai Passport) เป็นโครงการชูโรงที่ต้องการให้คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงฟรี เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้พร้อมรองรับนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนใน Data Center หรือโรงงานผลิตชิปผ่าน BOI
-ทำไมโครงการ AI Passport ถึงกลายเป็นประเด็นดรามาและมรสุมใหญ่ของรัฐบาล?
แม้ในเชิงหลักการจะเป็นเรื่องดีในการยกระดับทักษะคนไทย แต่กลายเป็นปัญหาเพราะ "เครือข่ายอำนาจ" ที่เกี่ยวข้อง. ฝ่ายค้านและกูรูด้านไอทีโจมตีว่าโครงการนี้เชื่อมโยงกับ คุณชัยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกชายของคุณเนวิน ชิดชอบ. ในทางการเมือง คุณชัยชนกเปรียบเสมือน "กล่องดวงใจ" ของพรรคและคุณเนวิน ถนนทุกสายที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาลจึงมุ่งเป้ามาที่จุดนี้ ทำให้โครงการนี้ดังกว่าโครงการอื่นในแง่ลบ
-เกณฑ์การตัดสินใจว่าจะ "ถอย" หรือ "เดินหน้า" ในแต่ละโครงการของรัฐบาลคืออะไร?
วิเคราะห์จาก 2 กรณีศึกษา กรณีบัตรสวัสดิการ รัฐบาลสั่งให้ทบทวนและเลื่อนการตัดสิทธิ์ออกไป 1 ปีทันที เพราะกระทบ "มวลชนรากหญ้า" จำนวนมากซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ หากไม่ถอยจะเสียคะแนนนิยมมหาศาล
กรณี AI Passport รัฐบาลยืนยันจะ "เดินหน้าต่อ" เพราะกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคนคือ "คนชั้นกลาง" รัฐบาลมองว่าเป็นการเติมฐานเสียงใหม่ที่คุ้มค่ากว่าการถอย และประเมินว่าการตรวจสอบของ ปปช. ใช้เวลานาน
-การรับมือของรัฐมนตรีเมื่อถูกตรวจสอบโครงการ AI Passport เป็นอย่างไร?
มีการใช้แทคติก "แชร์ความรับผิดชอบ" โดยในวันแถลงข่าว ปลัดกระทรวงดีอี (ข้าราชการประจำ) แสดงบทบาทดุเดือดและแสดงตัวเป็นเจ้าของโครงการแทนรัฐมนตรี,. วิธีนี้ทำให้เป้าหมายการโจมตีเปลี่ยนจากฝ่ายการเมืองมาอยู่ที่ข้าราชการประจำแทน และเป็นการสร้างหลักฐานว่ารัฐมนตรีให้เพียงนโยบายแต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการประมูล ทำให้ตรวจสอบถึงตัวฝ่ายการเมืองได้ยากขึ้น
- สถานะของพรรคภูมิใจไทยในขั้วอนุรักษนิยมเป็นอย่างไรในปัจจุบัน?
ปัจจุบันพรรคสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) เป็นตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ของกลุ่มอนุรักษนิยม เพราะพรรคอื่น เช่น ประชาธิปัตย์ ยังฟื้นตัวไม่ทัน ส่วนพรรคของคุณธรรมนัสก็ดรอปลงเมื่อไปเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นพรรคสีน้ำเงินจึงได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ต่อไปตราบเท่าที่ยังตรงจริตกลุ่มอำนาจหลังฉาก
- ประเมินว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ประเมินว่า อยู่ได้ถึง 2 ปี และจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้. หากรัฐมนตรีคนใดบอบช้ำ ก็สามารถใช้วิธีปรับ ครม. เปลี่ยนตัวเล่น หรือแม้แต่เปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อประคองตัวได้ตลอดเวลา นอกจากนี้รัฐบาลยังมีความเก๋าในการสร้างประเด็นข่าวใหม่ๆ มากลบกระแสลบเดิม
-บทบาทของคุณอนุทินในฐานะผู้นำรัฐบาลมีความยากลำบากอย่างไร?
คุณอนุทินเปรียบเสมือน "เดอะแบก" (The Bag) เพราะต้องลงมาจัดการปัญหาการเมืองและเคลียร์ความขัดแย้งด้วยตนเองเกือบทุกเรื่อง. ต่างจากนายกฯ ในอดีตที่มีคนช่วยเคลียร์ให้ เช่น คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ช่วยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคุณภูมิธรรม เวชยชัย ช่วยคุณแพทองธาร ชินวัตร และคุณเศรษฐา ทวีสิน ล่าสุดกรณีความขัดแย้งของผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต คุณอนุทินก็ต้องลงมาใช้อำนาจเด็ดขาดในการโยกย้ายเพื่อจบปัญหา
-ประเด็นเรื่องสงครามไทย-กัมพูชา "รอบที่ 3" มีโอกาสเกิดขึ้นจริงหรือไม่?
โอกาสเกิดจริง "ยากมาก" การที่กัมพูชาพยายามปั่นกระแสและโชว์อาวุธ (เช่น รถถัง T59D) เป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์วีรบุรุษให้กับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อเตรียมการเลือกตั้งปี 2570 เพราะหากรบจริงแล้วแพ้ไทยเป็นครั้งที่ 3 (หลังจากเคยแพ้มาแล้ว 2 ครั้ง) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเสียคะแนนนิยมจนถึงขั้น "ตาย" ทางการเมืองได้
- หากเกิดการรบจริง พรรคภูมิใจไทย และตัวนายกฯอนุทินจะได้รับอานิสงส์หรือไม่ เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดกระแสรักชาติ แล้วทำให้ได้คะแนนนิยม?
หากมีการรบเกิดขึ้น กระแส "ชาตินิยม" จะกลับมา พรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลและนำการรบได้ดีจะได้รับอานิสงส์เหมือนในอดีต. อย่างไรก็ตาม อาจารย์มองว่าปีนี้จะไม่เกิดการรบพุ่ง รัฐบาลจึงต้องหามุกอื่นหรือสร้างประเด็นใหม่ๆ มาสร้างกระแสแทน
-จุดตายที่ฝ่ายค้านพยายามโจมตี (เช่น เขากระโดง, AI Passport, ฮั้ว สว.) จะส่งผลอย่างไร?
เรื่องเหล่านี้สร้างได้เพียง "รอยช้ำ" แต่ยังไม่ลึกถึงกระดูก. ตราบใดที่กลไกราชการและอำนาจรัฐยังอยู่ในมือพรรคสีน้ำเงิน การตรวจสอบจะล่าช้าและเป็นการโยนเรื่องกันไปมาระหว่างหน่วยงาน จุดตัดสินใจสำคัญคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านต้องเปิดแผลพร้อมกันหลายเรื่องเพื่อให้ประชาชนโฟกัส รัฐบาลจึงจะบอบช้ำหนัก ปัจจุบันคุณทักษิณ เองก็เลือกที่จะเงียบเพื่อรอให้พรรคสีน้ำเงิน "ช้ำ" กว่านี้ก่อนจะเริ่มเดินเกม
- มองบทบาทและความเป็นนักการเมืองของคุณทักษิณอย่างไร?
คุณทักษิณคือ "Political Man" มาตั้งแต่เกิด เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวนักการเมืองโดยมีคุณพ่อ (คุณเลิศ ชินวัตร) เป็น ส.ส. เชียงใหม่ต่อให้คุณทักษิณจะมีอายุถึง 100 ปี หรือแม้จะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ตัวเขาก็ยังคงอยู่ในวงการเมืองเสมอ
- ทำไมในช่วงนี้คุณทักษิณถึงอยู่ในความเงียบ และไม่ค่อยออกมามีแอคชั่นทางการเมือง?
เป็นการเงียบเพราะ "ความจำเป็น" (Necessity silence) เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม กลยุทธ์ปัจจุบันคือ การรอให้พรรคสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) "ช้ำ" กว่านี้ก่อน เพราะถ้าพรรคสีน้ำเงินยังไม่บอบช้ำพอแล้วคุณทักษิณออกมาเคลื่อนไหว อาจจะเกิดแรงสวิงกลับที่เป็นผลเสียได้
- ทิศทางของตระกูลชินวัตรภายใต้พรรคเพื่อไทยในรุ่นต่อไปเป็นอย่างไร?
แม้คุณทักษิณจะไม่ได้ลงมือเอง แต่เจ้าของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันคือ "ชินวัตร รุ่น 2" คือลูกสาว (คุณแพทองธาร) และยังมีหลานชาย (คุณยศขนัน วงศ์สวัสดิ์) มาร่วมทำงานด้วย คนรุ่นนี้อายุยังน้อยและยังมี "ไพ่ในมือ" อีกมากที่จะเล่นในอนาคต
- เหตุใดพรรคเพื่อไทย (สีแดง) จึงจำเป็นต้องเกาะกลุ่มเป็นรัฐบาลร่วมกับพรรคสีน้ำเงินในเวลานี้?
เพราะในเชิงตัวเลข พรรคสีแดงมีเพียง 74 เสียง หากถูกดีดไปเป็นฝ่ายค้านจะลำบากมาก เนื่องจากจะ สู้พรรคสีส้มที่มีถึง 120 เสียงไม่ได้ และจะถูกพรรคประชาธิปัตย์ขโมยซีนในบทบาทฝ่ายค้านอีกด้วย การเป็นรัฐบาลในยุคนี้จึงดีกว่าการไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งคุณทักษิณมองเห็นสถานการณ์นี้ออกอย่างชัดเจน








