สส.เอกภพ-เครือข่ายคนข้ามเพศ จี้รัฐบรรจุสิทธิฮอร์โมนเป็นบริการสุขภาพพื้นฐาน
วันที่ 18 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข พร้อมด้วยเครือข่ายพรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวรับหนังสือจากคณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ ในประเด็นสิทธิการเข้าถึงฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมจัดสรรเป็นสิทธิประโยชน์ให้แก่ประชาชน
โดยนายเอกภพเปิดเผยว่าประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องดีที่สังคมจะได้เรียนรู้เรื่องสิทธิในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม ทั้งการให้คำปรึกษาและการตรวจยืนยันเพศสภาพก่อนได้รับฮอร์โมน เพื่อให้ประชาชนที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัย
อาทิตยา อาษา ผู้แทนคณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ ซึ่งประกอบด้วยองค์กรและคนข้ามเพศรวม 22 ท่าน ยืนยันว่าการเข้าถึงฮอร์โมนไม่ใช่สิทธิพิเศษหรือความฟุ่มเฟือย แต่เป็นบริการสุขภาพที่จำเป็นและเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิทางสุขภาพที่รัฐต้องคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มุ่งเน้นสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม
การมีบริการในระบบหลักประกันสุขภาพจะช่วยพาคนข้ามเพศกลับเข้าสู่ระบบที่ปลอดภัย มีการติดตามผลข้างเคียง และลดอันตรายจากการซื้อยาเองผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัยหรือการใช้ข้อมูลที่ไม่มีมาตรฐาน นอกจากนี้ยังระบุว่าไม่ควรนำสิทธิของคนข้ามเพศไปเปรียบเทียบหรือหักล้างกับสิทธิของกลุ่มอื่น เช่น เด็ก หรือผู้สูงอายุ เพราะทุกคนควรได้รับทรัพยากรที่เพียงพอและเป็นธรรมตามความจำเป็นที่แตกต่างกัน
“การเข้าถึงฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพไม่ใช่สิทธิพิเศษ ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย และไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่รัฐไม่ควรเกี่ยวข้อง แต่เป็นบริการสุขภาพที่จำเป็นต่อสุขภาวะของคนข้ามเพศ และเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิทางสุขภาพที่รัฐพึงคุ้มครองอย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และเคารพสิทธิของผู้รับบริการ ข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณหรือหลักฐานทางการแพทย์ไม่ควรถูกมองเพียงแค่ตัวเลข แต่ควรถูกพิจารณาในฐานะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ถูกมองข้ามมาอย่างยาวนาน” อาทิตยา กล่าว
สำหรับข้อเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมการฯ ได้เรียกร้อง 6 ประการ คือ 1. พิจารณาบนฐานสิทธิสุขภาพและวิชาการไม่ใช่คติทางเพศ 2. หลีกเลี่ยงวาทกรรมที่มองคนข้ามเพศเป็นภาระหรือผู้แย่งทรัพยากร 3. ใช้บทบาทตรวจสอบนโยบายโดยไม่นำไปสู่การยกเลิกสิทธิที่จำเป็น 4. รับฟังเสียงของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง 5. สนับสนุนระบบบริการที่มีมาตรฐานและเข้าถึงง่าย และ 6. ร่วมปกป้องหลักการของ สปสช. ที่ดูแลประชาชนตามความจำเป็นด้านสุขภาพ ไม่ใช่บรรทัดฐานทางสังคมหรือความกลัว โดยย้ำว่ารัฐไม่ควรพยายามให้คนข้ามเพศพิสูจน์ความทุกข์เพื่อแลกกับสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ควรสร้างระบบที่ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม
ขณะที่ นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ได้เสนอประเด็นสำคัญในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 ประการ คือ การยืนยันว่าทุกคนควรเข้าถึงบริการที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวจากการใช้ยาผิดวิธี การใช้โอกาสนี้ให้หน่วยบริการได้เรียนรู้การดูแลผู้มีอัตลักษณ์หลากหลายเพื่อลดอคติ และการเร่งรัดให้หน่วยงานวิชาการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีรากฐานทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะนำข้อเสนอและข้อกังวลทั้งหมดไปหารือต่อในกรรมาธิการการสาธารณสุข เพื่อผลักดันระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นธรรมต่อประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
"ทุกคนควรจะเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่ปลอดภัยและเป็นมิตร มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีเพศสภาพหรืออัตลักษณ์แบบใดก็ตาม โดยเฉพาะการให้คำปรึกษา การตรวจร่างกาย และการประเมินสุขภาพก่อนที่จะได้รับฮอร์โมน ซึ่งเรื่องนี้เป็นบริการพื้นฐานที่จะช่วยให้คนข้ามเพศได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาด้วยตัวเองจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐาน และจะช่วยป้องกันความแทรกซ้อนรุนแรงในระยะยาว ซึ่งจะเป็นเรื่องที่สร้างความยั่งยืนในระบบบริการสุขภาพของกองทุนสุขภาพด้วย" นายเอกภพ กล่าว








