วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค นำตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวจากจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสาคร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำและผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างภาคการเกษตร
โดยนายอรรถวิชช์ ระบุว่า เกษตรกรกลุ่มนี้คือกลุ่มเดียวกับที่เคยมาชุมนุมเรียกร้องบริเวณหน้ารัฐสภาในวันที่นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และพบว่าแม้ก่อนหน้านี้รองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปจังหวัดราชบุรีเพื่อหาแนวทางแก้ไข แต่กลับเป็นการพูดคุยเพียงกับกลุ่มข้าราชการและตัวแทนบริษัทล้งต่าง ๆ โดยที่เกษตรกรตัวจริงยังไม่ได้รับการติดต่อหรือเข้าถึงกระบวนการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม
"วันนี้ผมพาพี่น้องเกษตรกรมะพร้าวจากจังหวัดราชบุรีและสมุทรสาครมา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยมาเรียกร้องเรื่องราคามะพร้าวในวันที่ท่านนายกฯ แถลงนโยบายที่หน้ารัฐสภา วันนี้เขาขอมีโอกาสเข้ามาพูดในสภาต่อหน้าพี่น้องสื่อมวลชน เพราะเวลาผ่านไป 2 เดือนหลังจากท่านรองนายกฯ ลงพื้นที่ ยังไม่มีความคืบหน้าสำหรับการแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ยังไม่เกิดการรวมกลุ่มจริงที่ภาครัฐจะลงไปดูแล มีเพียงแค่ขั้นตอนการเปิดลงทะเบียนเท่านั้น" นายอรรถวิชช์ กล่าว
ด้านนายปารเมษฐ์ อัศวพงศ์วานิช อดีตผู้สมัคร สส. เขต 5 ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะผู้ประสานงานตัวแทนเกษตรกร ได้สรุปข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประเด็นหลัก คือ 1. ปัญหาราคามะพร้าวที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ผลผลิตมีน้อย ซึ่งขัดกับกลไกตลาดปกติ 2. การเรียกร้องให้มีหน่วยงานกลางของรัฐเข้ามาทำหน้าที่รับซื้อและประกันราคา เนื่องจากปัจจุบันกรมการค้าภายในยังดำเนินการได้ไม่ทั่วถึง และ 3. ขอให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องมะพร้าวโดยตรง เพื่อดูแลตั้งแต่การขออนุญาตปลูก การจำหน่าย และการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกทั่วประเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเศรษฐกิจให้กับชาวสวน
"ราคามะพร้าวตกต่ำมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้วจนถึงเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน แม้ปัจจุบันจะมีราคาสูงขึ้นบ้างเพราะผลผลิตน้อย แต่ในความเป็นจริงราคากลับยังตกต่ำอยู่ เราจึงขอให้มีหน่วยงานกลางของรัฐในการรับซื้อและประกันราคา รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานเพื่อมากำกับดูแลเรื่องมะพร้าวโดยตรง ทั้งการขออนุญาตปลูก จำหน่าย และขึ้นทะเบียนผู้ปลูกทั่วประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจและผลผลิตของชาวสวนมีเสถียรภาพ เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องชาวสวนราชบุรีและสมุทรสาคร" นายปารเมษฐ์ กล่าว
ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอดำเนินสะดวกและอดีตพ่อค้าคนกลาง ได้เสนอทางออกเชิงโครงสร้างโดยเน้นไปที่การจัดตั้ง "ล้งกลาง" หรือโรงรับซื้อกลางของรัฐ เพื่อทำหน้าที่กำหนดราคากลางที่ชัดเจนและยุติธรรม แทนที่จะปล่อยให้เป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบแบบซ้ำซ้อนแต่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนมองว่าการกำหนดราคากลางและการมีสถานที่ซื้อขายที่ชัดเจนจะช่วยจบปัญหาราคาผันผวนได้อย่างยั่งยืน และเป็นการต่อยอดจากการที่ภาครัฐได้เริ่มดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรไปก่อนหน้านี้
"ผมอยากให้ท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ออกกฎตั้งล้งกลางเพื่อกำหนดราคาที่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาการลงพื้นที่เหมือนการวนลูปกลับไปนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง หากมีการตั้งล้งกลางชัดเจนว่าราคาจะซื้อขายอยู่ที่เท่าไร ปัญหานี้ก็จะจบลงได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีล้งกลางตามที่ตั้งใจไว้ ผมในฐานะเกษตรกรและอดีตพ่อค้าคนกลางเห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง" ตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอดำเนินสะดวก กล่าว
นอกจากนี้ ตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอดำเนินสะดวกอีกราย ได้สะท้อนปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับชาวสวนในปัจจุบัน โดยขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการลดราคาปัจจัยการผลิตเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถบำรุงผลผลิตและรักษาอาชีพต่อไปได้
"ผมขอเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องราคาปุ๋ยและยา ขอให้ช่วยลดราคาให้พวกผมหน่อย เพื่อที่พวกผมจะได้นำมาใช้บำรุงผลผลิตให้ได้มากขึ้น มีเพียงเท่านี้ครับที่อยากจะฝากไว้" ตัวแทนเกษตรกร กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องพึ่งพากลไกของรัฐสภาเพื่อสื่อสารไปถึงฝ่ายบริหาร เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรตัวจริงยังไม่ได้รับโอกาสในการชี้แจงปัญหาโดยตรงกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ แม้จะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
"พี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้คือม็อบที่มากันหลายคันรถในวันที่นายกฯ แถลงนโยบาย แต่เขากลับไปโดยที่เสียงยังไม่ถูกได้ยิน แม้ท่านรองนายกฯ จะเดินทางไปที่จังหวัดราชบุรี แต่กลุ่มที่เข้ามาชี้แจงกลับเป็นกลุ่มข้าราชการและกลุ่มล้งบริษัทต่าง ๆ เกษตรกรตัวจริงยังไม่ได้รับการติดต่อจนถึงวันนี้ จึงต้องขอพึ่งบารมีท่านประธานรัฐสภาผ่านท่านวิชัย เพื่อส่งต่อความเดือดร้อนนี้ไปถึงรัฐบาล" นายอรรถวิชช์ กล่าว
พล.ต.ต. วิชัย ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ กล่าวว่าประธานรัฐสภาได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขตามที่พี่น้องเกษตรกรร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความยุติธรรมในระบบราคาสินค้าเกษตรต่อไป
"ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานรัฐสภาให้มารับเรื่องราวจากคุณอรรถวิชช์และพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานได้รับทราบปัญหาที่เกษตรกรประสบอยู่แล้ว และจะนำหนังสือฉบับนี้ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามความต้องการของพี่น้องเกษตรกร ผมจะรีบดำเนินการให้ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกคน" พล.ต.ต. วิชัย กล่าว








