ภท. ขยับ! เตรียมชงแก้ รธน. รายมาตราปลดล็อกประเทศ เสนอยกเลิก “หมวดปฏิรูป” ยันไม่ทันโลก-หนุนท้องถิ่นเก็บภาษีเอง
“ศุภชัย” เผยมติภูมิใจไทยเดินหน้าแก้กฎหมายสูงสุด 2 ประเด็น ชี้หมวดปฏิรูปเดิมทำไทยเสียโอกาสแข่งขัน ย้ำเพิ่มอำนาจการคลังให้ท้องถิ่นแก้ปัญหางบประมาณไม่พอ ยันเดินหน้าเข้าสภาได้ทันทีไม่ต้องทำประชามติ
วันที่ 16 มิ.ย.69 เวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดง ว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเฉพาะพลตำรวจเอกเสรีพิสุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ที่วันนี้ยังไม่ยอมหยุด ซึ่งวันนี้ผู้ที่อธิบายเรื่องเขากระโดงได้ชัดเจนที่สุด คือนายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความ ที่อธิบายทุกอย่างตามขั้นตอนทางเฟซบุ๊กทุกวัน ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเห็นพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงแถลงของกรมที่ดินที่ชัดเจนว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เสนอแผนที่หนึ่งฉบับ เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรแรกถึงกิโลเมตรที่ 2 ระบุว่าเขตของการรถไฟฯ จากราง 15 เมตร ส่วนหลักกิโลเมตรที่ 2 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 4 จากราง 20 เมตร จากกิโลเมตรที่ 4 ไปถึงกิโลเมตรที่ 8 ระบุว่า 100 เมตร หากคิดกลับมาเป็นพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ไม่ใช่ 5,000 ไร่ นอกจากนี้ กรมที่ดินยังแถลงชัดเจนว่าในเขตพื้นที่ที่อ้าง 15 20 และ 100 เมตร กรมที่ดินไม่เคยออกเอกสารสิทธิ์ เพราะการรถไฟฯอ้างว่าเป็นของตัวเอง แต่ถัดจากพื้นที่ที่การรถไฟฯอ้าง และมีคนขอออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดิน การรถไฟฯได้ไปชี้แนวเขตรับรองให้ประชาชนอยู่ในแนวเขตบริเวณจุดที่พ้นจากรัศมีที่ระบุไว้แล้วหลาย 100 แปลง หมายความว่าการรถไฟฯ ยอมรับว่านอกเขตดังกล่าวเป็นที่ของประชาชน
นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องที่ทั้งทนายอั๋น พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธ์ ต้องเข้าไปรับรู้ว่าสิ่งที่ทนายชนินทร์ชี้แจงมาไม่ถูกต้องตรงไหนก็โต้แย้ง แต่ทุกวันนี้ทั้งสองท่านไม่สนใจที่จะโต้แย้ง แต่ยังเดินหน้าเรื่องคำพิพากษาถึงที่สุดซึ่งเป็นเรื่องเดิมและมีผู้ติดตามทั้งสองท่านหลงเชื่ออยู่ โดยที่ทั้งสองท่านทำแต่เรื่องการเมืองโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง ตนจึงอยากให้ทั้งทนายอั๋น และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ไปชี้แจงตอบโต้กับทนายชนินทร์ว่าข้อมูลที่มีอยู่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และพูดให้ประชาชนรับรู้ด้วยว่าเป็นอย่างไร
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า วันนี้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ไม่ยอมพูดถึงเรื่องที่เคยไปถมดินถมหินไปยังที่ดินของตัวเองที่ริมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร แปลความได้อย่างหนึ่งว่าศาลไม่เชื่อว่าที่ดังกล่าวเป็นที่งอกริมตลิ่งแบบที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ระบุ แต่เป็นพื้นที่ที่รุกล้ำเข้าไปในลำน้ำผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย ซึ่งศาลสั่งให้รื้อ
“วันนี้มีประชาชนหลงเชื่อมากมายว่าการดำเนินการของที่ดินเขากระโดงเป็นการบุกรุกที่หลวง ซึ่งเราเรียกร้องว่าให้รอกระบวนการยุติธรรมแต่ท่านก็ยังไม่หยุด และยังอ้างว่านายกรัฐมนตรีมีบ้านอยู่ตรงนั้นผิดกฎหมาย ซึ่งไม่มีหลักกฏหมายที่ไหนในโลกว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ตรงนั้นจะผิดกฎหมาย จึงอยากฝากบอกพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ว่ากรณีที่จังหวัดกาญจนบุรี ริมแม่น้ำแควน้อย วันนี้เหมือนท่านทรงศีลเคร่งครัดในศีลธรรมบริสุทธิ์ แต่ขอถามกลับว่าจริงๆแล้วสิ่งที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ทำจนศาลตัดสินแล้วสั่งให้รื้อแบบนั้นโกงหรือไม่โกง ดังนั้น ที่บอกว่าโกงเจอกูเหมือนเป็นวาทกรรมที่หลอกให้คนเชื่อแล้วลงคะแนนให้เท่านั้น จริงๆไม่ควรมาเชิดหน้าชูตา แต่ขอให้ออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ อย่าทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่าทำตัวเป็นพระที่ขึ้นธรรมาสน์สอนคนอื่น มีผู้หลักผู้ใหญ่ฝากมาบอกว่าถ้าจะขึ้นธรรมาสน์สอนธรรมะต้องล้างตีนก่อน“ นายศุภชัย กล่าว








