วันที่ 16 มิ.ย. 69 เวลา 11.50 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาเตรียมลงนามข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ เป้าการส่งออกของไทยต้องปรับหรือไม่ว่า เป้าส่งออกไตรมาสแรกปี 69 ดีมาก คิดว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะตกลงกันอย่างไร แต่เราก็ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า เรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในการเดินเรือ จากสถานการณ์ขณะนี้มีการผ่อนขึ้นบ้างหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ตอนนี้ยังเหมือนเดิม ก็ต้องรอดูทิศทาง หากมีการเซ็นสัญญาสงบศึกกันจริงๆ ก็เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเรา ซึ่งไม่นานอีก 1-2 วันเดี๋ยวก็เห็น โดยพวกเราต้องเตรียมตัวให้ได้มากที่สุด พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะดูความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและมาตรการต่างๆ โดยวันนี้ก็จะมีการสรุปอีกครั้ง
เมื่อถามว่า จะมีการปรับทบทวนจีดีพีหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.8 และขณะนี้จะต้องมีการทบทวนเพิ่มเติม เพราะทั้งปี 2569 เรามองจีดีพีอยู่ที่ 1.5 - 2 % หากสถานการณ์เป็นเช่นเดิม แต่เมื่อมีความชัดเจนการลงนามสันติภาพระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่น่าจะมีข้อตกลงที่ยุติได้ เราอาจจะต้องมีการทบทวน ก็คาดว่าจีดีพีน่าจะดีขึ้น เพราะการส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ติดขัด และมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงราคาพลังงานที่เป็นปัจจัยสำคัญของสินค้าแทบทุกตัว ก็น่าจะผ่อนคลายลง ซึ่งเราก็เห็นทิศทางเป็นเช่นนั้น จะทำให้เรามีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และช่วยผลักดันการส่งออก การค้าขายคลายตัวมากขึ้น
เมื่อถามว่า สินค้าที่มีการขึ้นราคาไปแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะมีการมาตรการอะไร ที่จะให้ผู้ประกอบการลดราคาลงมาหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ถ้าเป็นสินค้าควบคุม 66 รายการ เราก็ต้องมีการคุยกันว่าต้นทุนเป็นอย่างไร สมมุติว่าตอนนี้ราคาน้ำมันลดลง แต่หากเขาซื้อสินค้าในช่วงที่เป็นต้นทุนเดิม ราคาสินค้าก็อาจจะยังไม่สามารถลงได้ทันที ส่วนสินค้าที่ไม่ได้ควบคุม เราก็ต้องขอความร่วมมือ ซึ่งก็ต้องมีกลไกทั้งสองฝ่าย








