วันที่ 13 มิ.ย.2569 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า
" ฝากถึง สส. บุญรวี ยมจินดา เป็นกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องปกป้องประชาชน ไม่ใช่หาช่องปัดความรับผิดชอบ!
จากกรณีที่ท่าน บุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และรองประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ออกมาปฏิเสธช่วยเหลือประชาชนในคดีหวยอลเวง โดยอ้างเหตุผลว่า "เพราะซื้อสลากเกินราคา 80 บาท ถือว่าร่วมกันทำผิดกฎหมาย กรรมาธิการฯ จึงช่วยไม่ได้เพราะเสี่ยงผิดจริยธรรม"
ในฐานะคนทำงานการเมืองและนักกฎหมาย ผมฟังตรรกะนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงวิธีคิดของท่านที่มีต่อความเดือดร้อนของประชาชนมากครับ ผมจึงจำเป็นต้องเปิดข้อกฎหมายอธิบายให้ท่านเข้าใจตรงนี้ว่า "ประชาชนซื้อหวยเกิน 80 บาท สภาฯ ก็ต้องช่วยได้" ด้วยหลักกฎหมายตามมาตราดังต่อไปนี้ครับ
1. สัญญาซื้อขายสำเร็จ กรรมสิทธิ์ตกเป็นของประชาชนทันที
การขายสลากเกินราคา 80 บาท เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งกฎหมายมุ่งเอาผิดและลงโทษ "ผู้ขาย" เป็นหลัก แต่ในทางแพ่ง นิติกรรมการซื้อขายไม่ได้ตกเป็นโมฆะ เพราะวัตถุประสงค์ไม่ได้ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายจนเสียเปล่า
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 ระบุชัดเจนว่า "กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายกันนั้น ย่อมโอนไปไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน"
เมื่อชาวบ้านจ่ายเงินและรับมอบลอตเตอรี่มาแล้ว ลอตเตอรี่ใบนั้นคือ "ทรัพย์สิน" โดยชอบธรรมของเขา และเขาย่อมมีสิทธิ์ในเงินรางวัลซึ่งเป็นดอกผลตาม มาตรา 1336 ที่ให้สิทธิ์เจ้าของทรัพย์สินในการใช้สอย จำหน่าย และได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น
2.เมื่อถูกโกง/ถูกยักยอก ประชาชนคือ "ผู้เสียหายทางอาญา" เต็มตัว
ในเมื่อกรรมสิทธิ์ในลอตเตอรี่เป็นของประชาชนตามกฎหมายแพ่งแล้ว วันหนึ่งหากสลากใบนั้นถูกยักยอก ถูกขโมย หรือถูกฉ้อโกงสิทธิ์รางวัลที่ 1 ไป
ในทางกฎหมายอาญา ประชาชนคนนั้นย่อมมีฐานะเป็น "ผู้เสียหาย" ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) คือ "บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง"
คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือยอมความได้ในฐานยักยอกทรัพย์ หรือฉ้อโกง ประชาชนผู้ซื้อมีสิทธิ์ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 รัฐและกระบวนการยุติธรรมจึงต้องให้ความคุ้มครอง ไม่ใช่ไปตัดสิทธิ์เขาตั้งแต่ต้น
ท่านลองดูกรณีคดีหวย 30 ล้านในอดีตเป็นตัวอย่าง ศาลฎีกาท่านยังพิจารณาหาตัวเจ้าของที่แท้จริงตามพยานหลักฐานเพื่อคืนความเป็นธรรม โดยไม่ได้นำเรื่อง "ซื้อหวยเกิน 80 บาท" มาเป็นเหตุในการยกฟ้องหรือปฏิเสธการคุ้มครองประชาชนเลย เพราะศาลท่านแยกแยะหลักกฎหมายเรื่องกรรมสิทธิ์ออกจากความผิดลหุโทษควบคุมราคา
ถามใจท่านดู... ถ้าคิดแบบนี้ โจรไม่ยิ้มแย้มแย่หรือ?
ถ้าตรรกะของท่านบอกว่า ช่วยไม่ได้เพราะประชาชนซื้อของเกินราคาควบคุม ต่อไปถ้าชาวบ้านไปซื้อหน้ากากอนามัย ซื้อน้ำมันพืช หรือสินค้าควบคุมที่พ่อค้าหน้าเลือดแอบขายเกินราคา แล้วชาวบ้านโดนโกงเงิน โดนปล้น... กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ก็ไม่ต้องเข้าไปช่วยอย่างนั้นหรือครับ?
หน้าที่ของ "คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค" คือการเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนที่ไม่มีทางออก ท่านมีอำนาจสภาฯ ในมือ สามารถเรียกสำนักงานสลากฯ มาตรวจสอบระบบโควตาและต้นตอที่ทำให้หวยแพง หรือประสานงานเร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจให้พิสูจน์สิทธิ์ความจริงให้กระจ่างได้... ไม่ใช่มานั่งใช้เทคนิคทางกฎหมายแบบผิดๆ หรือยกมาตรามาตีความแบบเข้าข้างตัวเองเพื่อปิดประตูใส่หน้าประชาชนที่กำลังร้องไห้มาพึ่งท่าน!
ผมหวังว่าท่าน สส. บุญรวี จะทบทวนบทบาทและหน้าที่ของตนเองใหม่ ประชาชนเลือกเราเข้ามาเป็นผู้แทนเพื่อสู้กับคนโกงและปกป้องคนเดือดร้อน ไม่ใช่มาหาช่องว่างของกฎหมายเพื่อปัดความรับผิดชอบครับ
"ประชาชนเดือดร้อน สภาต้องช่วยได้ อย่าหาข้ออ้างกฎหมายมาบังความไม่รู้"








