“ณัฐพงษ์” สับรัฐบาลยุคสวัสดิการถ้วนหน้าถดถอย! รับลูกภาคประชาชน จี้อุดหนุนกลุ่มเปราะบาง
วันที่ 10 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะทำงานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ร่วมกันรับหนังสือจากเครือข่ายภาคประชาชน ประกอบด้วย เครือข่ายวี (WE), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE), เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายแรงงาน และภาคประชาสังคม เพื่อเรียกร้องให้มีการเร่งรัดยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า โดยนายณัฐพงษ์ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นสวัสดิการเพื่อประชาชนไทยทุกคน ทั้งกลุ่มเด็กเล็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมผลักดันข้อเรียกร้องเหล่านี้ผ่านกลไกนิติบัญญัติและคณะกรรมาธิการเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการในส่วนที่ทำได้ทันที
“วันนี้ขอบคุณทางเครือข่าย ทั้ง WE, เครือข่ายพี่น้องสลัม 4 ภาค รวมถึงภาคประชาสังคม ที่ได้มาส่งข้อเรียกร้องในการผลักดันเรื่องสวัสดิการเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการเพื่อเด็กเล็ก เพื่อคนพิการ หรือเพื่อผู้สูงอายุก็ตาม ซึ่งคณะทำงานจากฝั่งของพรรคประชาชนและผู้แทนราษฎร พร้อมที่จะผลักดันทั้งในส่วนของกฎหมาย หรือการผลักดันผ่านกรรมาธิการ เพื่อส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้ในทันที” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้านนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ได้นำเสนอรายละเอียดข้อเสนอเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตใน 4 ประเด็นหลัก โดยเรื่องแรกคือเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี จำนวนประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกประมาณ 5,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นงบประมาณจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ประเด็นที่สองคือเบี้ยความพิการ ที่เสนอให้ปรับจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า แม้รองนายกรัฐมนตรีจะเคยระบุว่าจะมีการปรับเพิ่ม แต่จากการตรวจสอบข้อมูลกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกลับพบว่ายังไม่มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ จึงต้องการฝากผู้นำฝ่ายค้านสอบถามความชัดเจนจากรัฐบาลและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
นอกจากนี้ นายนิติรัตน์ยังได้เสนอเงินสนับสนุนสตรีมีครรภ์ในช่วงเดือนที่ 5 ถึงเดือนที่ 9 เดือนละ 3,000 บาท ซึ่งเคยผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้วมาแล้ว และประเด็นสุดท้ายคือเบี้ยผู้สูงอายุ ที่มีมติร่วมกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ให้ปรับจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยนายนิติรัตน์เน้นย้ำว่า หากรัฐบาลดำเนินการใน 4 กลุ่มเป้าหมายนี้ จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้มากกว่า 19 ล้านคนทันที ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพในปัจจุบัน
ขณะที่นางสุนี ไชยรส ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าแม้รัฐบาลจะมีการแถลงนโยบายที่น่าสนใจ เช่น การเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาท หรือเงินอุดหนุนเด็ก แต่จากการติดตามงานที่กระทรวง พม. พบว่าเงินอุดหนุนเด็กยังอยู่ที่ 600 บาทต่อเดือนตามมติ ครม. เดิม ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวมสำหรับเด็กประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท และคนพิการอีกประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท สิ่งที่กังวลคือบทเรียนจากอดีตที่มีการแถลงนโยบายแต่ไม่มีมติ ครม. รองรับอย่างชัดเจน จนทำให้เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าล่าช้ามาครบ 10 ปีแล้ว และแม้ พม. จะเสนอเรื่องขึ้นไป แต่กลับพบว่าอาจจะไม่ทันบรรจุในงบประมาณปี 2570 ซึ่งเครือข่ายมองว่ารัฐบาลสามารถบรรจุไว้ในร่าง พรบ.งบประมาณได้หากมีความตั้งใจจริง
“ตราบใดก็ตามที่มีการคัดกรองความจน ก็จะเจอคนตกหล่นเหมือนเด็กที่ตกหล่นถึงร้อยละ 34 ซึ่งคนกลุ่มนี้คือคนจนจริงๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐควรเป็นบทเรียนให้รัฐบาลเลิกคิดเรื่องการคัดกรองอย่างง่ายๆ แล้วย้อนกลับมาพิสูจน์ให้เห็นต้นแบบที่ชัดเจนว่า การให้เงินเด็กถ้วนหน้าเป็นประโยชน์ต่อทุกครอบครัว ซึ่งจะช่วยเด็กได้เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 1 ล้านคน โดยใช้งบประมาณอีกเพียง 5,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น หากไม่ดำเนินการให้ทันภายในปี 2570 ทั้งเรื่องเงินเด็กและคนพิการ ก็จะเป็นเพียงคำแถลงที่ถูกบันทึกไว้เรื่อยๆ เท่านั้น” นางสุนี กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวสรุปหลังจากได้รับฟังข้อเสนอ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้อาจทำให้สวัสดิการประชาชนตกอยู่ในสภาวะถดถอย เนื่องจากมีการประชุมหลายครั้งแต่ผลลัพธ์ไม่เกิดขึ้นจริง ดังจะเห็นได้จากกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการจำกัดสิทธิและคัดกรองซ้ำซ้อน ซึ่งขัดกับแนวทางของพรรคประชาชนที่ต้องการให้สวัสดิการเป็น “เบาะรองรับ” (Safety Net) ให้กับคนในสังคม สำหรับงบประมาณปี 2570 นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าจะทำงานในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่เพื่อตรวจสอบและรีดไขมันงบประมาณที่ไม่จำเป็นออก เพื่อนำมาเสริมสร้างสวัสดิการให้มั่นคงยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเตรียมผลักดันผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว รวมถึงใช้กลไกของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ซึ่งมีนางสาวรัชนก สุขประเสริฐ เป็นประธานกรรมาธิการฯ ในการขับเคลื่อนข้อเสนอทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
“พี่น้องมีข้อกังวลว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เราอาจจะอยู่ในยุคที่มีความถดถอยทางด้านสวัสดิการของประชาชน ประชุมแล้วประชุมอีกแต่ผลลัพธ์ไม่เคยเกิด เราพร้อมจะใช้ทุกกลไกต่อจากนี้ในการผลักดันอย่างถึงที่สุด ในส่วนของงบปี 70 เราจะทำงานในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่ในการรีดไขมันที่ไม่จำเป็นออก และถ้าพอที่จะตั้งงบประมาณกลับเข้าไปเพื่อเสริมสวัสดิการให้มั่นคงยิ่งขึ้น เราก็พร้อมจะผลักดันต่อผ่านกลไกทุกอย่างที่มี” นายณัฐพงษ์ กล่าว
#ณัฐพงษ์ #สวัสดิการถ้วนหน้า #กลุ่มเปราะบาง #สวัสดิการสังคม #ภาคประชาชน #การเมือง #ฝ่ายค้าน #ข่าวการเมือง #รัฐบาล #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








