วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นางสาวการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยระบุว่าจากการติดตามสอบถามข้อมูลผ่านคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กรรมาธิการ ปปง.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบประเด็นความไม่ชัดเจนในขอบเขตงาน (TOR) และการจัดซื้อจัดจ้างหลายจุด โดยเฉพาะรายชื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ทางพรรคต้องการทราบความชัดเจน
นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตามกรอบระยะเวลาของโครงการที่ได้มีการลงนามสัญญาไปเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา พบว่างานงวดที่ 1 มีกำหนดส่งมอบภายใน 30 วัน หรือประมาณวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสถานะปัจจุบันได้รับแจ้งจากทางกระทรวงโดยตรงว่ามีการส่งมอบรายงานการดำเนินงานอย่างละเอียดในงวดที่ 1 แล้ว แต่ยังอยู่ในกระบวนการตรวจรับและยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินออกไป
นางสาวการดีกล่าวต่อไปว่า การที่เงินงวดแรกมูลค่าร้อยละ 20 ของโครงการ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 324 ล้านบาทยังไม่ได้จ่ายออกไป ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะกลับมาทบทวนความเหมาะสมของโครงการนี้ตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องกังวลว่าโครงการดำเนินไปจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 เปิดช่องให้สามารถดำเนินการแก้ไขสัญญาเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานรัฐและประโยชน์สาธารณะได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องการใช้เทคโนโลยีที่อาจไม่สมบูรณ์ หรือความกังวลเชิงเทคนิคเรื่องการใช้ Token ที่อาจทำให้ผู้รับจ้างได้รับส่วนต่างเป็นพันล้านบาท ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการสร้างศักยภาพทาง AI ให้กับประเทศอย่างแท้จริง
"งานงวดที่ 1 ที่มีมูลค่า 20% ของโครงการทั้งหมด อยู่ที่ราว 324 ล้านบาทนั้น เรามีความกังวลว่ามีการตรวจรับและมีการจ่ายเงินออกไปให้กับผู้รับจ้างไปแล้ว แต่เมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับการติดต่อจากกระทรวงโดยตรง ได้รับแจ้งว่างานงวด 1 ได้มีการส่งมอบแล้วจริง เป็นรายงานการดำเนินงานอย่างละเอียด แต่ว่าการตรวจรับนั้นยังอยู่ในกระบวนการ และนั่นก็หมายถึงว่าเงินงวดแรกนั้นยังไม่ได้มีการจ่ายออกไป
ในส่วนตัวของดิฉันคิดว่าเราควรจะสะท้อนความกังวลกับโครงการนี้ให้ออกมาทั้งหมด เพราะเราอยู่ในจุดที่สามารถใช้ข้อกฎหมายระงับโครงการนี้ไม่ให้ไปต่อได้ หรือแม้แต่เปลี่ยนจาก TOR ที่มีความไม่สมบูรณ์หรือไม่มีความโปร่งใส ให้มีความโปร่งใสมากขึ้น วันนี้ดิฉันคิดว่าเราอยู่ในสถานะที่จะปรับทิศทางของสิ่งนี้ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศไทยสูงสุด"
นางสาวการดีกล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้มีการทบทวนตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ของโครงการและการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดยในวันพรุ่งนี้ทางกระทรวงดีอีจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งนางสาวการดีมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญควรเข้าไปสะท้อนข้อกังวลและปัญหาเชิงเทคนิคต่างๆ เพื่อให้โครงการนี้ถูกปรับปรุงให้ถูกต้องและเกิดความคุ้มค่าก่อนที่จะมีการดำเนินการในงวดต่อไป








