วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า หนุนกระทรวงคลัง คัดกรองบัตรคนจน
หลังจากกระทรวงการคลัง ได้ออกระเบียบเงื่อนไข เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิ์ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องการให้มีการตรวจสอบว่า คนที่มีฐานะยากจนจริงๆเท่านั้น ที่ควรจะได้รับสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาดูแลและช่วยเหลือ ส่วนคนที่จนทิพย์หรืออยากจนก็ตัดทิ้งไป โดยออกเงื่อนไขกติกาหลายประการ
แต่ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความเห็นทางโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง คือกรณีการใช้สิทธิ์เลี้ยงดูพ่อแม่ นำมาลดหย่อนการเสียภาษี ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่า เมื่อลูกใช้สิทธิ์การเลี้ยงดูพ่อแม่มาลดหย่อนภาษีที่เสียให้กับรัฐแล้ว แสดงว่าพ่อแม่ได้รับการดูแลจากลูก จึงไม่ควรที่จะได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนทำให้มีข้อถกเถียงกันว่า เมื่อใช้สิทธิ์เลี้ยงดูพ่อแม่มาลดหย่อนการเสียภาษี เป็นเพียงต้องการจะหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงใช้สิทธิ์เลี้ยงดูพ่อแม่ มาหักออกจากเงินที่ต้องเสียภาษี
ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ไม่ได้รับการดูแลจากลูก เมื่อกติกาหรือเงื่อนไขของกระทรวงการคลังออกมาเช่นนี้ อาจจะทำให้พ่อแม่เสียสิทธิ์ในการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นลูกอกตัญญูบ้าง พ่อแม่ที่ต้องการจะใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องการให้ลูกนำชื่อไปหักภาษีหรือลดหย่อนการเสียภาษี เป็นเรื่องของพ่อแม่ไม่รักลูกบ้าง จนมีการเคลื่อนไหวทางสื่อโซเชี่ยลกันอย่างกว้างขวาง ในที่สุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทบทวนเรื่องนี้
ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เห็นว่าเงื่อนไขและมาตรการที่กระทรวงการคลังไว้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลอะลุ้มอล่วยให้คนที่อยากจะจน เข้ามาถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ตัวเลขผู้มีฐานะยากจน ที่ควรได้รับการดูแลช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งเป็นตัวจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ มีอยู่ที่ประมาณ 4.5-5ล้านคนเท่านั้น และปัจจุบันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีสิทธิ์ได้รับเงินดูแลจากรัฐบาลคนละ 300 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก
ถ้ารัฐบาลสามารถลดคนจนเทียม คนอยากจะจนลงไปให้เหลือคนจนจริงๆประมาณ 5 ล้านคน รัฐบาลสามารถจะเพิ่มเงินเพื่อดูแลคนจนจริงๆได้ถึงคนละ 1000 -1500 บาทต่อเดือน ซึ่งสามารถทำให้คนจนสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเต็มที่
ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการทบทวนกติกา หรือผ่อนปรนการตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าใครควรได้รับสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบ้าง ซึ่งเข้าใจดีว่าเป็นธรรมชาติของคนไทยและสังคมไทย อะไรก็ตามที่ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว จะเรียกสิทธิ์กลับคืนมาเป็นเรื่องยาก เพราะที่ผ่านมาเราปล่อยประละเลย ให้คนไม่จนจริงถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกัน เมื่อเข้มงวดจะเอาสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลับคืนจากคนที่ไม่จนจริง ก็จะได้รับเสียงท้วงติงหรือเสียงคัดค้าน ซึ่งรัฐบาลต้องเข้มแข็ง ต้องยึดหลักการ ยึดถือความถูกต้อง อย่าหวังเอาแต่คะแนนเสียงอย่างเดียว
จึงสนับสนุนแนวทางของกระทรวงการคลัง ในการวางมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเข้มข้นครั








