วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาภร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าและรายละเอียดขั้นตอนการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยระบุว่าขณะนี้เข้าสู่กระบวนการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการหลังจากสิ้นสุดการรับสมัครเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครมีผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรวม 18 ท่าน และเมืองพัทยามีผู้สมัครนายกเมืองพัทยา 5 ท่าน
โดยที่ผ่านมา กกต. ได้ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุน 26 หน่วยงาน เช่น ศาลยุติธรรม ป.ป.ช. และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น หากรายใดขาดคุณสมบัติ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นจะแจ้งไม่รับสมัคร ซึ่งผู้สมัครสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาสิทธิสมัครได้ภายใน 3 วันเพื่อพิสูจน์หลักฐาน
ทั้งนี้ กกต. ยังมีอำนาจตรวจสอบและถอนชื่อผู้สมัครได้หากพบพฤติการณ์ต้องห้ามในภายหลังแม้จะประกาศรายชื่อไปแล้ว หรือแม้แต่หลังวันเลือกตั้งหากยังไม่ได้ประกาศผล ซึ่งผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครแต่ยังมาสมัครจะมีความผิดตามมาตรา 120 ที่มีโทษหนัก
สำหรับข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ ประมาณ 4.4 ล้านคน ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีประมาณ 4.3 ล้านคน ซึ่งตัวเลขที่ต่างกันถึง 42,953 คน รวมถึงในเมืองพัทยาที่มีผลต่าง 251 คนนั้น เกิดจากเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านที่ต้องอยู่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
โดยในส่วนของบัตรเลือกตั้ง กกต. กำหนดให้บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาเป็นสีเขียว ซึ่งจะมีหมายเลขตามจำนวนผู้สมัครจริง ส่วนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. และสมาชิกสภาเมืองพัทยาจะเป็นสีชมพู โดยใช้เกณฑ์จำนวนผู้สมัครสูงสุดของเขตนั้น ๆ เป็นตัวตั้งในการพิมพ์หมายเลขเพื่อให้ใช้ได้ทุกเขต
สำหรับการแสดงตนใช้สิทธิ ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้ รวมถึงแอปพลิเคชันทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 รูปแบบ ได้แก่ ThaiID, ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และบัตรประจำตัวคนพิการผ่านแอปฯ โดยต้องเปิดแอปฯ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตัวจริงเท่านั้น ห้ามใช้รูปถ่ายหน้าจอ
"การเลือกตั้งครั้งนี้มีจุดที่ประชาชนอาจสงสัยเรื่องจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่เท่ากันระหว่างผู้ว่าฯ และ ส.ก. ซึ่งมีผลต่างกันถึง 42,953 คน โดยข้อมูลนี้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายที่กำหนดว่าผู้มีสิทธิต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หากใครย้ายเขตในกรุงเทพฯ มายังไม่ถึงปี สิทธิเลือกสมาชิกจะยังไม่เกิดในเขตใหม่ แต่ท่านสามารถย้อนกลับไปขอเพิ่มชื่อเพื่อเลือกสมาชิกในเขตเดิมที่มีชื่ออยู่เกินหนึ่งปีได้ที่สำนักทะเบียนภายในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เพื่อรักษาสิทธิของตนเองอย่างครบถ้วน ซึ่งทาง กกต. และ กทม. ได้เร่งทำความเข้าใจผ่านหนังสือแจ้งเจ้าบ้านเพื่อให้ประชาชนไม่สับสนในการรับบัตรเลือกตั้งที่หน่วย"
ในส่วนของกระบวนการนับคะแนนจะเริ่มพร้อมกันในเวลา 17.00 น. ทั้งสองประเภท โดยเมืองพัทยาจะมีความพิเศษคือมีระบบ "บัตรดีบางส่วน" ยกตัวอย่าง การเลือกสมาชิกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข หากกาผิดในบางหมายเลขจะเสียเฉพาะคะแนนนั้นแต่หมายเลขที่กาถูกต้องยังนับเป็นคะแนน กรณีพบปัญหา "คะแนนเขย่ง" หรือจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ กรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะต้องตรวจสอบตะกร้าบัตรต่อหน้าพยาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่ทันทีเพราะเป็นอำนาจของ กกต. ตามมาตรา 105
หลังจากนับคะแนนและติดประกาศผลหน้าหน่วยแล้ว จะมีการ "ยุบรวมหีบบัตร" เพื่อการขนย้ายและเก็บรักษาในที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นขั้นตอนการนำถุงบัตรที่รัดเคเบิลไทล์เรียบร้อยแล้วมารวมใส่หีบให้เต็มเพื่อประหยัดพื้นที่ ไม่ใช่การยุ่งเหยิงกับคะแนนแต่อย่างใด นอกจากนี้ กกต. ยืนยันว่าประชาชนสามารถตั้งกล้องถ่ายวิดีโอการนับคะแนนได้เพื่อความโปร่งใส แต่ต้องไม่ก้าวล่วงเขตหวงห้าม ไม่กีดขวางการทำงาน และต้องระมัดระวังเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของผู้มาใช้สิทธิท่านอื่นด้วย
"บางท่านอาจไม่เชื่อว่า กปน. หน่วยนี้ ทำถูกต้องไหม หรือ ผอ.เขต ถูกตั้งมาเพื่อประโยชน์อะไร ท่านดูให้ดี กปน. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มีกฎหมายดักเขาไว้ทุกอย่าง หากเขาทำเข้าด้วยช่วยเหลือเอียงซ้ายเอียงขวา เจตนานับคะแนนผิดพลาดทำอะไรก็ตาม มีกฎหมายดักเขาไว้แล้ว การเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหากคุณทำผิดพลาดคุณรับโทษหนัก เราพยายามปิดทุกช่องเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ได้" ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าว








