"ชาญเทพ" ชูแก้กฎหมายส่วย-เลิกเก็บค่าขยะ ย้ำทุจริตไล่ออก-พร้อมสู้ศึกผู้ว่าฯกทม.
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่อาคาร M Group พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการทำงานโดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตในองค์กรกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุว่าแม้ที่ผ่านมาอาจไม่ได้เกิดจากตัวผู้ว่าฯ โดยตรง แต่มีการทุจริตเกิดขึ้นภายในองค์กร ซึ่งแนวทางแก้ไขอันดับแรกคือการทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนมีการตรวจสอบและติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็มีเงินเดือนที่สูงอยู่แล้วจึงต้องปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีการปฏิรูปข้อกฎหมายเพื่อถอนรากถอนโคนระบบสินบน โดยมองว่าต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาให้ “ผู้ให้” สินบนไม่มีความผิด เพื่อให้กล้าเปิดข้อมูลการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงการเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อขยายฐานการตรวจสอบทรัพย์สินให้ครอบคลุมข้าราชการตั้งแต่ระดับชำนาญการพิเศษ หรือระดับ 7 ขึ้นไป รวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการเขต ซึ่งจากเดิมกำหนดไว้เพียงระดับ 9 เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของความร่ำรวยได้อย่างทั่วถึง
"ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯ ผมต้องทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานก่อนว่าหมดสมัยแล้ว เพราะพี่น้องประชาชนแอบดูและติดตามเราอยู่ ไม่ใช่ที่จะปล่อยให้เราทำอะไรได้ง่ายๆ เหมือนสมัยก่อน ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและเงินเดือนก็สูงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการทุจริตต้องแก้กฎหมายให้ผู้ให้ไม่ต้องมีความผิด มิฉะนั้นจะไม่มีใครกล้าพูด และต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป รวมถึงผอ.เขต เพื่อให้รู้ว่าใครรวยแค่ไหน เพราะตอนนี้ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในหลืบที่มองไม่เห็น"
ในส่วนของ "ระบอบอากง" พล.ต.ท.ชาญเทพ ระบุว่าตนเองเป็นผู้พูดถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ 5 วันก่อน ซึ่งเป็นระบบที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2566 และมีสื่อมวลชนบางสำนักเคยนำเสนอข้อมูลไปแล้ว หากตนเองได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แล้วตรวจพบการทุจริตในวาระการทำงาน จะไม่มีการปกป้องเด็ดขาด โดยจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างโปร่งใสและแจ้งผลให้ประชาชนทราบ หากพบว่าผิดจริงจะดำเนินการไล่ออกและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ให้ระบบดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคของตน
สำหรับการบริหารจัดการเมืองในประเด็นนโยบายไม่เก็บค่าขยะที่สังคมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ชี้แจงว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเก็บค่าขยะได้เพียงปีละไม่เกิน 400-500 ล้านบาท แต่ต้องเสียงบประมาณในการทำลายสูงถึง 7,000 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงขยะคือทรัพยากรที่มีมูลค่ามหาศาลหรือเปรียบเป็นทองคำ เนื่องจากบริษัทที่รับจ้างกำจัดขยะสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า แก๊ส ทำปุ๋ย และรีไซเคิลได้ แต่รายได้ส่วนนี้กลับไม่เคยเข้าสู่ กทม. จึงเชื่อมั่นว่าหากบริหารจัดการใหม่จะสามารถยกเลิกการเก็บค่าขยะจากประชาชนได้แน่นอน
"การไม่เก็บค่าขยะทำได้จริง เพราะแต่ละปีเราเก็บเงินได้ไม่เกิน 400 ล้านบาท แต่เสียค่าทำลายถึง 7,000 ล้านบาท จริงๆ แล้วขยะคือทองคำ เราจ้างเขากำจัด แต่สิ่งที่เขาทำลายได้กลับกลายเป็นกระแสไฟฟ้า เป็นแก๊ส เป็นรีไซเคิล และทำปุ๋ย แต่ไม่มีเงินส่วนนี้เข้ามากทม. เลย ฉะนั้นผมดูแล้วเราสามารถที่จะไม่เก็บค่าขยะได้"
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ได้กล่าวถึงการแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่มีอดีตผู้ว่าฯ อย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร่วมแข่งขันด้วยว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นบุคคลสาธารณะที่จะต้องลงแข่งขันกัน ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ชนะหรือไม่ชนะนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่ตนมาเพื่อตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง








