"ต่อศักดิ์" โต้ "คริส" ปมระบอบอากง ยันไร้ซื้อขายตำแหน่ง-จ่อฟ้องกลับ
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังนายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าระบอบอากง โดยนายต่อศักดิ์ระบุว่าความจริงก็คือความจริงและขอให้สังคมเห็นเอง ซึ่งในวันนี้คู่กรณีไม่ได้พูดถึงตนเองโดยตรงจึงเห็นว่าไม่ควรจะตอบโต้ ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงคนใกล้ชิดที่ระบุอักษรย่อ ปร. นั้น ตนเองมีคนใกล้ชิดจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร
สำหรับกรณีที่นายคริสมีการอ้างอิงข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2566 เกี่ยวกับนายปารุต อรหัตมานัส อดีตผู้อำนวยการเขต ที่เคยมาช่วยงานนั้น นายต่อศักดิ์ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่เก่ามากแล้วและในภายหลังบุคคลดังกล่าวก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการฟ้องกลับนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ซึ่งตนเองสังเกตว่าการแถลงข่าวในวันนี้มีความระมัดระวังมากขึ้น และเห็นว่าการหาเสียงควรจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
ในประเด็นที่นายคริสระบุว่าระบอบอากงไม่ใช่ตัวบุคคลแต่หมายถึงระบบที่ทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่ง นายต่อศักดิ์กล่าวว่าตอนนี้จะทำเป็นระบอบอากง AI และจะพูดเรื่อง AI ให้หมด พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาที่อ้างว่ามีการยึดโทรศัพท์ทุกครั้งที่ไปคุยเรื่องตำแหน่งในเซฟเฮาส์ โดยยืนยันว่าไม่มีการยึดโทรศัพท์ อีกทั้งในการประชุมยังส่งเสริมให้ใช้โทรศัพท์และ Notebook LM ซึ่งตนเองใช้งานมานานกว่าปีแล้วและทุกคนต้องใช้ให้เป็น
ส่วนประเด็นเรื่องการใช้เซฟเฮาส์เพื่อหารือตำแหน่งนั้น นายต่อศักดิ์ชี้แจงว่า “ไม่มี จะกล้าไปเหรอ เมียผมดุจะตาย บ้านผมอยู่สุทธิสารจะไปเป็นเซฟเฮาส์อะไร เอาให้สร้างสรรค์นะ”
นายต่อศักดิ์ยังได้กล่าวถึงการให้กำลังใจจากนายชัชชาติ โดยระบุว่าต้องเชื่อมั่นในความจริงเพราะหากการเมืองไม่เริ่มต้นจากความจริงก็จะเดินต่อไปได้ยาก พร้อมยืนยัน 100% ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาได้พูดชัดเจนในที่ประชุมและกำชับกับหัวหน้าหน่วยงานทุกแห่งว่าหากใครเสียเงินไปก็ถือเป็นเรื่องของคุณเอง
ส่วนสาเหตุที่ถูกโจมตีและทำให้เข้าใจว่าเป็นระบอบอากงนั้น นายต่อศักดิ์คาดว่าอาจเป็นเพราะตนเองมีอายุมากและคอยดูแลรุ่นน้องทุกคน ซึ่งหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางคดี
ทางด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยอมรับว่านายต่อศักดิ์อาจเสียกำลังใจบ้างแต่ต้องสู้ต่อไปเนื่องจากผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก โดยปกติคำว่า “อากง” เป็นคำที่ใช้เรียกคนใจดีที่ดูแลหลาน ๆ จึงรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการนำชื่อนี้มาตั้งในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ตนเองได้สอบถามความรู้สึกและให้กำลังใจนายต่อศักดิ์อยู่เสมอเพื่อให้สู้ไปด้วยกัน








