"พร้อมพงศ์" ยัน “ไทยช่วยไทย พลัส” มาถูกทาง แต่ ปชช. ยังไปไม่ถึงปลายทาง แฉระบบสแกนหน้าสกัดคนเป็นมะเร็ง-บี้หั่นภาษีน้ำมันอุ้มคนจนด่วน
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 69 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังโครงการไทยช่วยไทย พลัส ดำเนินการมา 6 วัน ตนได้ลงพื้นที่พูดคุยกับทั้ง คนซื้อ คนขาย และผู้ประกอบการรายย่อย ในหลายพื้นที่พบว่า มาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ทำให้เงินหมุนเวียนในตลาดดีขึ้นในระดับหนึ่ง สะท้อนว่ามาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลสามารถแบ่งเบาภาระและช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากได้ อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากประชาชนยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง รายได้เพิ่มไม่ทันรายจ่าย พ่อค้าแม่ค้าหลายรายยังขายของได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาในการเข้าถึงสิทธิหรือใช้งานระบบดิจิทัลไม่คล่อง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และผู้ตกหล่นจากระบบสวัสดิการของรัฐ ผ่านการใช้กลไก อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนทำงานร่วมกันเพื่อช่วยยืนยันตัวตน แนะนำการใช้งาน และป้องกันไม่ให้ประชาชนตกหล่นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยช่วยไทย พลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ
“จากข่าวกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษา เมื่อไปใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับสแกนใบหน้าไม่ผ่าน ทั้งที่เป็นเจ้าของสิทธิตัวจริง ปัญหานี้อยากให้ภาครัฐหาแนวทางป้องกันและแก้ไข เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ควรได้รับสิทธิต้องเสียสิทธิจากข้อจำกัดของระบบ”นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า แม้มาตรการช่วยเหลือของรัฐจะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อในชุมชน และลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการพิจารณาทบทวนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นการชั่วคราว 3 เดือน เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดต้นทุนการค้าขาย และช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
“รัฐบาลมาถูกทางแล้ว แต่ประชาชนยังไปไม่ถึงปลายทาง เพราะการช่วยเหลือจะสมบูรณ์ได้ ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง หรือประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิของรัฐ ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องเร่งลดต้นทุนพลังงาน เพราะทุกครั้งที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น คนไทยทั้งประเทศต้องแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย”
วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่คือค่าครองชีพที่ลดลง รายได้ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสในการลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะปัญหาปากท้องไม่ใช่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของชีวิตประชาชน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
#พร้อมพงศ์นพฤทธิ์ #ไทยช่วยไทยพลัส #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #ลดภาษีน้ำมัน #น้ำมันดีเซล #ค่าครองชีพ #เศรษฐกิจไทย #แก้ปัญหาปากท้อง #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #กลุ่มเปราะบาง #สแกนหน้าไม่ผ่าน #ผู้ป่วยมะเร็ง #เพื่อไทย #รัฐบาลไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #BreakingNews #กระตุ้นเศรษฐกิจ #ไทยช่วยไทย








