“ศุภชัย” หนุนตั้ง กมธ.สอบงบกู้พลังงาน 4 แสนล้าน ย้ำต้องถ่วงดุล-โปร่งใส
วันที่ 4 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ในวงเงิน 4 แสนล้านบาท
โดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนการตั้ง กมธ. วิสามัญชุดดังกล่าว เพื่อทำหน้าที่ติดตามการใช้เงินกู้อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าเป็นหน้าที่สำคัญของสภาฯ ในการถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งยืนยันว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้เป็นไปตามหลักการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่สามารถรอได้ ทั้งในด้านการรักษาเสถียรภาพ การจ้างงาน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ
นายศุภชัยยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ได้อยู่นอกเหนือระบบการตรวจสอบ เนื่องจากสภาฯ สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ และยังสามารถเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้อีกทางหนึ่ง แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างจาก สส. ฝ่ายค้านในบางประเด็น แต่หลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่เพื่อป้องกันการรวมศูนย์อำนาจและเพื่อการคุ้มครองประชาชน โดยฝ่ายบริหารมีหน้าที่ในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
“รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน คือการใช้อำนาจ ส่วนสภาฯ มีหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนตั้งกมธ.ติดตามการใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์คือการถ่วงดุล ดังนั้นการสนับสนุน พ.ร.ก.ไม่ใช่ปล่อยให้อำนาจไร้ขอบเขต แต่สนับสนุนระบบตรวจสอบ ทั้งนี้การกู้เงินเงินก้อนใหญ่ต้องถูกตรวจสอบเพราะเป็นเงินของประชาชน ผมสนับสนุนการติดตามการใช้เงิน หากใช้เงินไม่คุ้มค่าต้องตรวจสอบ หากทุจริตไม่มีใครหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบได้ ทั้งนี้การกู้เงินไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สภาฯต้องช่วยกันตรวจสอบเข้มข้น พรรคฟากรัฐบาล สนับสนุนให้ตั้งกมธ.” นายศุภชัย กล่าว
นอกจากนี้ ในระหว่างการพิจารณาญัตติยังมี สส. อีกหลายท่านที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาติดตามการใช้เงินกู้ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอน และเป็นการกำกับการใช้เงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง








