ประธานรัฐสภาไทยให้การรับรองเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มุ่งเดินหน้าแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ปี 2569 - 2574 และขยายความร่วมมือมิติต่าง ๆ ในระดับรัฐสภา
วันที่ 28 พ.ค.2569 เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นายโต เลิม (H.E. Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 27 - 29 พฤษภาคม 2569
โดยมีบุคคลสำคัญของฝ่ายไทยร่วมให้การรับรองอย่างสมเกียรติ อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ), นายสฤษดิ์ บุตรเนียร, นายศักดิ์ ซารัมย์, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, นายชลัฐ รัชกิจประการ, นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
โอกาสนี้ ประธานรัฐสภาได้กล่าวถ้อยคำต้อนรับผู้นำเวียดนามและคณะด้วยความยินดียิ่ง พร้อมทั้งได้หารือถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเวียดนามที่มีความใกล้ชิดกันในทุกระดับ โดยในปีนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งในช่วงเช้าวันเดียวกัน ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 4 ฉบับ รวมถึงแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย - เวียดนาม ปี 2569 - 2574 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายโสภณ ยังได้แบ่งปันความประทับใจในอดีตที่เคยเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการศึกษาและวิถีเกษตรกรรมที่ประเทศเวียดนาม โดยชื่นชมระบบการศึกษาของเวียดนามที่มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมากในมิติทางเศรษฐกิจ มูลค่าการค้าระหว่างไทยและเวียดนามยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเม็ดเงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาแลกเปลี่ยนกันของนักลงทุนทั้งสองประเทศ ซึ่งรัฐสภาไทยและรัฐบาลเวียดนามเห็นพ้องที่จะร่วมมืออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้นำเวียดนามมีกำหนดการร่วมหารือกับภาคธุรกิจเอกชนของไทยเพิ่มเติม
ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม สถิตินักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นในระดับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศไทยมีชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่สำคัญ
สำหรับความสัมพันธ์ในมิตินิติบัญญัติ รัฐสภาไทยและสภาแห่งชาติเวียดนามมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2566 อดีตประธานสภาแห่งชาติเวียดนามได้เดินทางเยือนไทยและลงนาม MOU ร่วมกัน และในปี 2567 กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เวียดนาม ก็ได้เดินทางไปเยือนเวียดนามเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังที่จะขยายความร่วมมือในระดับรัฐสภาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผ่านกลไกของคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ, กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาฯ, สมาชิกรัฐสภาสตรี และยุวสมาชิกรัฐสภา
ในตอนท้ายของการเข้าพบ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้กล่าวเชิญประธานรัฐสภาไทยเดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ได้แสดงความขอบคุณและตอบรับด้วยความยินดี โดยพร้อมจะเดินทางไปเยือนในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป








