“ฝ่ายค้าน” ผนึกกำลังกลางสภาฯ จี้ประธานทบทวนคำวินิจฉัยญัตติด่วน ติดตามเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ชี้บริบทเปลี่ยน ครม. อนุมัติเตรียมจ่ายเงินสัปดาห์นี้ ไม่รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ด้าน "โสภณ" แจงยิบทำตามขั้นตอนคณะกรรมการกลั่นกรอง ไม่เคยใช้อำนาจสั่งการ ย้ำรัฐบาลโดนตรวจสอบแน่ โยนวิป 2 ฝ่ายเคลียร์ใจหาทางออกร่วมกัน
วันที่ 27 พ.ค.69 เวลา 10.35 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากเปิดโอกาสให้สมาชิกได้หารือถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว แกนนำพรรคฝ่ายค้านได้ร่วมกันลุกขึ้นหารือเพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทบทวนคำวินิจฉัยกรณีไม่บรรจุญัตติด่วน เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เริ่มต้นหารือโดยเชื่อว่า ประธานสภาฯ อาจยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน พร้อมเสนอ 3 เหตุผลสำคัญที่ต้องทบทวน ได้แก่แม้ประธานจะระบุว่ายังไม่มีการกู้เงิน แต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะดำเนินการกู้เงินในสัปดาห์นี้ เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนภายในวันที่ 1 มิถุนายน กรณีที่ประธานเห็นว่าควรรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในความเป็นจริง ครม. ไม่ได้รอ และเริ่มกระบวนการใช้เงินแล้ว ความจำเป็นในการตรวจสอบจึงเกิดขึ้นทันที ขอให้ประธานบังคับใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับญัตติเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ที่ประธานเคยบรรจุให้เป็นญัตติด่วนได้
"แม้ประธานจะมอบอำนาจให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา แต่อำนาจโดยแท้จริงยังเป็นของประธานโดยตรง หากประธานเชื่อในเรื่องการปรึกษาหารือ ตอนที่จะตัดสินว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ สมควรให้ผู้เสนอญัตติเข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการด้วย เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวสนับสนุนโดยยกข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 51 ซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจของประธานสภาฯ เพียงผู้เดียวในการวินิจฉัยว่าญัตติใดเป็นญัตติด่วน ดังนั้น อำนาจการตัดสินใจก่อนบรรจุญัตติจึงไม่ได้อยู่ที่การหารือของวิป พร้อมตั้งคำถามถึงเกณฑ์มาตรฐานในการชี้ขาดว่า เหตุใดโครงการแลนด์บริดจ์จึงเป็นเรื่องด่วน แต่ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทกลับไม่ด่วน
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นแสดงความเห็นในเชิงเสนอทางออก โดยระบุว่า เข้าใจเหตุผลเดิมของคณะกรรมการกลั่นกรองที่มองว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามธรรมเนียมในอดีตรัฐบาลมักจะหยุดชะงักเพื่อรอคำตัดสิน แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไป รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อโดยไม่รอศาล จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สภาฯ ต้องเข้ามาตรวจสอบ จึงเสนอให้ประธานส่งเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการทบทวนอีกครั้ง
ขณะที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ที่เห็นพ้องว่า เรื่องเงินกู้หากไม่เร่งด่วนรัฐบาลคงไม่ออกเป็น พ.ร.ก. และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยใหม่
ทำให้นายโสภณ ชี้แจงต่อที่ประชุมย้ำว่า ตนส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีการบรรจุญัตตินั้น ตนไม่ได้ใช้ดุลยพินิจส่วนตัวหรือใช้อำนาจสั่งการตามใจชอบ แต่ทุกญัตติจะผ่านคณะกรรมการของสภาที่มีรองประธานสภาฯ เป็นประธานในการกลั่นกรอง เมื่อคณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่ใช่ญัตติเร่งด่วน ตนจึงแจ้งไปตามนั้น ส่วนกรณีแลนด์บริดจ์ที่บรรจุเป็นเรื่องด่วนได้ เพราะทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันตั้งแต่ต้น
นายโสภณ เสนอทางออกว่า แม้ปัจจุบันเรื่องนี้จะถูกบรรจุอยู่ในวาระเรื่องเสนอใหม่ (ญัตติที่ 6) แต่หากวิปทั้งสองฝ่ายไปเจรจาตกลงกันได้ ก็สามารถเสนอเลื่อนขึ้นมาเป็นญัตติด่วนได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่าการหักดิบใช้มติในสภา เพราะหากฝ่ายรัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย โครงการตั้ง กมธ. ชุดนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
"การทำงานของสภาที่ดีที่สุดคือการพูดคุยปรึกษาหารือผ่านวิปทั้ง 2 ฝ่าย ผมไม่ขัดข้อง และยืนยันว่าไม่ว่าจะช่องทางใด รัฐบาลก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน ขอให้วิปไปเจรจากันในวาระประชุมนัดพิเศษ หากได้ข้อสรุปอย่างไร ผมพร้อมปฏิบัติตามทันที" นายโสภณ กล่าว
#ฝ่ายค้าน #โสภณ #เงินกู้4แสนล้าน #การเมืองไทย #รัฐบาล #รัฐสภา #ข่าวการเมือง #งบประมาณ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








