“บิ๊กดุลย์” ยื่นคำขาดสั่งสภากลาโหมลุย 5 เรื่องเร่งด่วน บูรณาการอาวุธไทยทำ-ยกเครื่องทหารอาสารับระบบสมัครใจ
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 3/2569 ที่มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ทเป็นประธาน โดยได้มอบนโยบายให้กับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ เหล่าทัพ เป็นนโยบายเฉพาะทั้งหมด 12 ด้าน และมีการเน้นย้ำ เรื่องสำคัญเร่งด่วน 5 ด้าน 1.การพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน 2.การขับเคลื่อนนโยบายทหารอาสา 3.การเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกการดูแลกำลังพล 4.การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 5.การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า 1.การพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน รมว.กลาโหม ได้กำชับให้ทุกหน่วยเสริมสร้างความพร้อมในการเข้าตรวจป้องกันตอบสนองต่อไปภัยคุกคามทุกรูปแบบโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่โดยใช้แนวการบูรณาการการปฎิบัติทุกมิติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทุกหน่วยงานและใช้กลไกด้านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแบบทวีวิพากษ์เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดน โดยได้มีการเน้นย้ำจะต้องมีการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของทหารและประชาชนในพื้นที่ตามแนวคิดน้ำไหลไฟสว่างทางดีมีสัญญาณโทรศัพท์เพื่อสร้างความมั่นคงแล้วความพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนด้วย 2.การขับเคลื่อนนโยบายทหารอาสา จากหน้าที่สู่โอกาสและแนวคิด 4 โอกาสของทหารกองประจำการ
รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำในเรื่องของด้านการศึกษามีการเสริมสร้างโอกาส 4 โอกาสด้วยกัน ได้แก่ 1.การศึกษา 2.ทักษะวิชาชีพ 3.คุณภาพชีวิต 4.ความก้าวหน้าในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนการรับสมัครบรรจุอาสาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบคัดเลือกทหารแบบสมัครใจในระยะยาวด้วยเช่นกัน และเน้นย้ำในเรื่องของการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้กับประเทศด้วย
3.การเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก และวีรกรรม ของทหารกล้าและได้เร่งรัดการดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติหน้าที่โดยเฉพาะกำลังพลต่อแนวชายแดนครอบครัวของผู้เสียสละให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สมเกียรติและเป็นธรรม รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลกำลังพล และทายาทผู้มีสิทธิ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลตามมติครม.ให้ได้โดยเร็ว
4. การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้เน้นย้ำในเรื่องแนวคิดการพึ่งพาตนเองเพื่ออธิปไตยที่ยั่งยืนโดยให้ทุกหน่วยได้สนับสนุนในการใช้การผลิตอุตสาหกรรมป้องกันป้องกันประเทศที่ผลิตภายในประเทศส่งเสริมการวิจัยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเทคโนโลยีทางทหารรวมถึงบูรณาการความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเราให้เป็นรูปธรรม ตอนนี้ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็จะมีแนวคิดในเรื่องของการจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 (THAIDEF-EX 2026) ที่จะจัดขึ้นวันที่ 8-10 ก.ค. 2569 ที่ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
5.การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องนี้ได้เน้นย้ำให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงฝ่ายปกครองทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักเข้าใจเข้าถึงพัฒนาเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนลดเงื่อนไขความขัดแย้งและสนับสนุนการสร้างเงื่อนไขสันติสุขอย่างยั่งยืน
รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางยุทธศาสตร์การสื่อสารสาธารณะและการบริหารจัดการข้อมูล ข่าวสารอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะในปัจจุบันที่เป็นยุคของดิจิทัลเป็นมิติแห่งการรับรู้ที่มีผลต่อความมั่นคงต่อประเทศควบคู่กับการดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของกำลังพลให้เป็นไปอย่างเหมาะสมรอบคอบและไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงในสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันก็เน้นย้ำในเรื่องของการดูแลประชาชนความพร้อมของทุกหน่วยในเรื่องของการให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
#สภากลาโหม #กระทรวงกลาโหม #อดุลย์บุญธรรมเจริญ #บิ๊กดุลย์ #นโยบายความมั่นคง #ทหารอาสา #ทหารสมัครใจ #เกณฑ์ทหารสมัครใจ #อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ #THAIDEFEX2026 #ความมั่นคงชายแดน #ทหารผ่านศึก #ไฟใต้ #ชายแดนภาคใต้ #เข้าใจเข้าถึงพัฒนา #ข่าวการเมือง #ข่าวความมั่นคง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #กองทัพไทย #ทหารบก #ทหารเรือ #ทหารอากาศ #วินัยทหาร #ภัยพิบัติ #ช่วยประชาชน #นวัตกรรมทหาร #ความมั่นคงยุคดิจิทัล








