“รมช.มหาดไทย” ชี้แจงกระทู้สดสภาฯ กรณีจับกุมชาวจีนพกอาวุธสงคราม “หมิง เฉิน ซัน” ยอมรับมีช่องว่างด้านการข่าวแต่ไม่ใช่ความล้มเหลว เผยพรุ่งนี้ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ย้ำนายกฯ กำชับเรื่องใหญ่ห้ามตัดตอน เตรียมประสาน DSI รับเป็นคดีพิเศษ
วันที่ 14 พ.ค.2569 เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องการจับกุมนายหมิง เฉิน ซัน สัญชาติจีน ครอบครองอาวุธสงคราม หลังจากที่ขยายผลการจับกุมจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ใช่จากการสืบทราบของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าเป็นความล้มเหลวของการข่าวหน่วยงานรัฐ เป็นความล้มเหลวของหน่วยงานความมั่นคง
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้ย้อนรอยผู้ต้องหา ตรวจสอบการเข้า-ออก จำนวน 5-6 ประเทศในหลายทวีป และได้สอบถามว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือก่อเหตุรุนแรงในประเทศใดหรือไม่ซึ่งไม่พบ ทั้งนี้ในข่าวกรองหากมีบุคคลที่จะเข้ามาก่อการร้าย ต้องมีข้อมูลบ่งชี้ แต่ผู้ต้องหารายดังกล่าวไม่พบ ที่ถามว่าล้มเหลวหรือไม่ ตนไม่ขอใช้คำว่าล้มเหลว แต่อาจมีช่องว่างที่ไม่ได้บูรณาการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กำชับให้รูรั่ว รอยต่อระหว่างหน่วยงานเกิดน้อยที่สุด ข้อมูลบ่งชี้ว่าหากต้องการก่อเหตุร้ายแรง เป้าต้องชัดเจนที่มาที่ไป หน่วยงานความมั่นคงได้ค้นข้อมูลทุกอย่างที่จับต้องได้ และคนใกล้ชิด ตรวจร่องรอยทุกอย่าง แต่ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงจุดอื่น
นายปิยรัฐ ถามต่อว่า จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิด ทั้งกรณีการยิงอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อต้นปี 2568 รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มีคนก่อเหตุเป็นทหารเรือและกรณีของนายหมิง เฉิน ซัน คนที่ก่อเหตุเป็นทหารเรือ ทั้งนี้รัฐบาลจะมีมาตรการขยายผลจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐนำอาวุธ หรือ กระจายอาวุธไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างไร และรัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อสร้างศรัทธา ดูแลความปลอดภัยของประชาชน
รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า ทราบจาก รมว.ยุติธรรม ว่าจะนำคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพื่อดึงทุกหน่วยงานมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบถึงต้นตอ ย้ายทะเบียน วันนี้หน่วยปฏิบัติการอยู่ที่อำเภอ และวันพรุ่งนี้จะออกหมายจับ ตั้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในคดีทุกคน โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกฯ กำชับมา ส่วนจะเหมือนกับ 2 คดีก่อนหน้าหรือไม่ ขอเวลาให้กระบวนการพิจารณา หากเรื่องดังกล่าวมีเบื้องหลัง นอกจากผู้ต้องหารายดังกล่าวต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครตัดตอนได้
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ผมพยายามตอบในชุดข้อมูลที่เข้าถึง ยอมรับว่าประชาชนกังวลว่าจะเกิดขึ้น หากเหตุการณ์นี้จบด้วยรูปแบบอื่น วันนี้ได้ตรวจสอบและทางกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงการตรวจสอบอาวุธ เครื่องกระสุน พบว่าไม่ได้หลุดออกไป ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวาดล้างและทลายเรื่องนอมินี รัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนในทุกมิติและทุกเรื่อง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว








