ยื่นร่าง พรบ.นิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนความเป็นธรรม-ที่ดินชาวบ้าน 6 หมื่นราย
วันที่ 14 พ.ค.69 ที่รัฐสภา นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน และตัวแทนภาคประชาชนจากกลุ่มทับลาน 43 รวมถึงกลุ่มพี่น้องม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานตามนโยบายด้านที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ หรือร่าง พรบ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนที่ถูกตรวจยึดที่ดินและถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับป่าไม้ ทั้งที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและนโยบายอยู่ก่อนแล้ว
โดยนายเลาฟั้งระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เคยผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญรายมาตราในสภาชุดที่แล้วจนเกือบจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 แต่ต้องตกไปเนื่องจากการยุบสภา ตนพยายามดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยืนยันให้นำกลับมาพิจารณาต่อ แต่น่าเสียดายที่ ครม. มีมติปัดตกไป ทำให้ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ส่งผลให้ประชาชนที่รอความหวังต้องเสียเวลาและขาดหลักประกันในการได้รับความเป็นธรรม
จากรายงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าการดำเนินคดีระหว่างปี 2552-2562 มีคดีมากถึง 60,000 กว่าคดี และพื้นที่ของประชาชนถูกยึดไปกว่า 1.2 ล้านไร่ โดยเฉพาะในช่วงนโยบายทวงคืนผืนป่าระหว่างปี 2557-2562 มีคดีเกิดขึ้นถึง 29,000 คดี และพื้นที่ถูกยึดกว่าหลายแสนไร่
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งถูกดำเนินคดีป่าไม้ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2562 โดยต้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินมาก่อนการประกาศเป็นเขตป่า หรือครอบครองหลังประกาศแต่ได้รับการคุ้มครองตามมติ ครม. หรือคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 คือต้องทำประโยชน์มาก่อนวันที่ 14 มิถุนายน 2557 เท่านั้น ทั้งนี้กฎหมายจะไม่ครอบคลุมกลุ่มนายทุนหรือผู้ที่บุกรุกใหม่หลังวันที่ 14 มิถุนายน 2557
ด้านตัวแทนชาวบ้านกลุ่มทับลาน 43 กล่าวสะท้อนปัญหา “ชาวบ้านกลุ่มทับลาน 43 ในพื้นที่นครราชสีมาและปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบหนักจากแนวเขตอุทยานประกาศทับซ้อนที่ชุมชน ทั้งที่เราอยู่มาดั้งเดิม 50-60 ปี มีหลักฐานตั้งแต่ปี 2516-2518 มีเลขที่บ้าน ไฟฟ้า ประปา และโรงเรียนครบทุกอย่าง แต่วันนี้กลับถูกแจ้งข้อหาบุกรุกป่า ถูกดำเนินคดีไปแล้วกว่า 300-400 คดี บางคนถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปีและต้องเสียค่าปรับ ทั้งที่ความจริงเราเป็นชุมชนดั้งเดิมแต่ถูกเส้นเขตมาประกาศทับภายหลังโดยอัตโนมัติ จึงอยากให้ ครม. รับกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ไปพิจารณา เพื่อช่วยให้พวกเราพ้นจากวิบากกรรมครั้งนี้ และกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างปกติสุขเสียที”
นายเลาฟั้ง กล่าวเสริมว่า กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ ไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งจะช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบกว่า 60,000 รายทั่วประเทศ การยื่นกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลดูเหมือนจะไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน เนื่องจากมีการยกเลิกแนวทางโฉนดชุมชนและไม่รับรองร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเดิมที่เคยยื่นไว้ พร้อมย้ำว่ากลไกการคัดกรองในร่างกฎหมายนี้ทำขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนที่อยู่มาก่อนอย่างสุจริต ไม่ใช่การนิรโทษกรรมให้คนรุกป่าทั่วไป
#พรรคประชาชน #นิรโทษกรรมคดีป่าไม้ #ทับลาน43 #ม่อนแจ่ม #ที่ดินทำกิน #ป่าไม้ #การเมือง #ชาวบ้าน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








