เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายประชุมรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องการจำกัดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย หลังจากที่มีข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวจีน และข่าวการบุกรุกของผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะพื้นที่อุทยาน
เมื่อถามว่า จะต้องมีทบทวนเรื่องฟรีวีซ่าด้วยหรือไม่ นายสุรศักดิ์ ระบุว่า ต้องมีการทบทวน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการนอกรอบ ให้มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อพิจารณาวีซ่าทั้งหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะของนักท่องเที่ยว แต่ทุกประเภทที่ประเทศไทยพิจารณาให้ ทั้งวีซ่านักลงทุน วีซ่านักเรียน และยังรวมถึงวีซ่าอื่นๆ โดยให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. ) ในวันที่ 12 พ.ค. เพื่อมาศึกษาพิจารณาทบทวน วีซ่าทุกชนิด พร้อมยืนยัน วีซ่าฟรี 60 วัน จะต้องถูกยกเลิกอยู่แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้เสนอเข้า ครม. ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะนายกฯ มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ หากมีการทบทวนยกเลิกฟรีวีซ่า จะลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทยได้ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า บางประเภทก็ไม่ใช่วีซ่านักท่องเที่ยว แต่บางประเภทก็เป็น มีหลายรูปแบบ ทั้งมาแต่งงานและมีภรรยาคนไทย แต่ในที่สุดทุกประเภท เราจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการว่าจะต้องเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันนี้ เงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบในมิติอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่ว่ามีเงินมาถึงแล้ว จะได้วีซ่า เพราะเรื่องเงินไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า บุคคลนั้นเข้ามาแล้วจะไม่ก่อปัญหาให้กับประเทศ จึงเป็นเหตุที่ให้เราทบทวนทุกประเภท
เมื่อถามว่า คนที่ได้วีซ่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับผลกระทบในการทบทวนครั้งนี้หรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า คนที่ถูกต้องและไม่ผิดกฎหมาย ตนเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ทั้งนี้การพิจารณาในเรื่องวีซ่าต่างๆ ต้องทบทวนเรื่องระยะเวลา เอกสาร และหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการยื่น ต้องพิจารณาใหม่ทั้งหมด พร้อมยอมรับว่า ในวันนี้ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปก็เกิดอาชญากรรม นอมินีที่แฝงเข้ามากับวีซ่าต่างๆ และมาก่อเหตุในประเทศ ซึ่งนายกฯ บอกแล้วว่า วันนี้เราต้องคัดกรอง ที่จะต้องให้วีซ่าอย่างรอบคอบมากขึ้น และเราจะไม่มุ่งเน้นในเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว แต่ต้องเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ และไม่ใช่ว่ามาง่ายแล้วจะได้นักท่องเที่ยวเยอะ ที่จะทำให้เม็ดเงินขยับขึ้น โดยนายกฯได้กำชับว่า ให้พิจารณาให้วีซ่าอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพที่มากยิ่งขึ้นทั้งระบบ








