“ทักษิณ” ดีใจ เฝ้านับวันในเรือนจำฯ กว่า 243 วัน หลังต้องเยี่ยมลูกหลานผ่านลูกกรงมาตลอด ระบุ พ่อไม่ได้คุยเรื่องเส้นทางการเมืองหลังจากได้พักโทษให้ฟัง เพียงคุยแต่เรื่องชีวิตและลูกหลาน และเตรียมไปตรวจสุขภาพกับหมอแบบครบวงจร ส่วนกรณีอาจไม่ต้องติดกำไล EM ไปจนถึงวันพ้นโทษ เพราะสามารถยื่นเรื่องต่อกรมประคุมประพฤติ “อิ๊งค์” ย้ำ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ มีเงื่อนไขให้ติดก็ต้องติด ไม่อยากมีปัญหา ส่วนปม “คนเห็นต่างทางการเมือง” พยายามออกมาเบรกคัดค้านการพักโทษในช่วงโค้งสุดท้าย และจะร้องเอาผิด ม.157 คณะกรรมการฯ ทั้ง 3 คณะ “อิ๊งค์” ย้ำ ถือเป็นสิทธิของผู้ร้อง ด้าน “คนเสื้อแดง” หอบน้ำพริกปลาร้า-แคปหมู สินค้า OTOP จากมหาสารคามมอบเป็นของฝากถึงมืออิ๊งค์ ส่วน ”ทนายวิญญัติ“ เผย ขั้นตอนการติดกำไล EM ว่าต้องติดตั้งแต่ในเรือนจำฯ หรือไปติดที่ สนง.คุมประพฤติกรุงเทพฯ 1 อยู่ระหว่างรอ “จนท.คุมประพฤติ” ชี้แจงเงื่อนไขและขั้นตอน ย้ำ “ทักษิณ” มีเวลารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติภายใน 3 วัน (11 พ.ค.69-13 พ.ค.69) ส่วน 11 พ.ค.นี้ ครอบครัวยกทัพมาต้อนรับ ทั้งลูกหลานชินวัตรรวม 10 ราย รวม “สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” มาด้วย
เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากที่สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค พร้อมภรรยา น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม พร้อมสามี นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พร้อมสามี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 61 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ประมาณ 1 ชม.
ก่อนที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาเปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ภายในเรือนจำฯ ว่า จากที่ตนได้คุยกับคุณพ่อ ท่านก็รู้สึกดีใจ เพราะก็เป็นการเยี่ยมผ่านลูกกรงเป็นครั้งสุดท้าย และในวันจันทร์นี้ ก็จะเป็นการมารับ ซึ่งทุกคนก็ดีใจ นอกจากนี้ คุณพ่อฝากบอกว่าอยู่มา 241 วันแล้ว แต่ถ้านับ ก็ต้องเป็น 243 วันครึ่ง ซึ่งคุณพ่อก็เป็นคนนับของเขาเองตามกระบวนการ ส่วนได้มีการพูดคุยเรื่องเส้นทางการเมืองหลังจากนี้หรือไม่ว่าพอท่านออกมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไปนั้น ยอมรับว่าเราไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองเลย คุยแต่เรื่องชีวิตและหลาน ๆ ลูก ๆ ไม่คุยเรื่องการเมืองเลย ส่วนหากได้ออกมาแล้ว คุณพ่ออยากจะทำอะไรนั้น ท่านก็ไม่ได้มีอะไรมาก บอกแค่ว่าต้องไปตรวจสุขภาพ เพราะไม่ได้ตรวจแบบครบ ๆ มากว่า 8 เดือนเเล้ว ออกมาก็คงดูแลเรื่องสุขภาพ ทั้งนี้ กรณีที่คุณพ่ออาจมีลุ้นเรื่องการไม่ต้องติดกำไล EM ไปตลอด โดยสามารถยื่นคำร้องไปยังกรมคุมประพฤติได้นั้น เรื่องนี้ก็คงให้เป็นไปตามกระบวนการ
ส่วนกรณีที่จนถึงปัจจุบันนี้ยังคงมีผู้เห็นต่างทางการเมืองออกมาคัดค้านการพักโทษคุณทักษิณ ชินวัตร และบอกด้วยว่า หากคุณทักษิณได้พักโทษจริง จะมีการร้องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 แก่คณะกรรมการทั้ง 3 คณะ นั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ก็ขอให้เขาได้ทำตามสิทธิ
น.ส.แพทองธาร ย้ำว่า เรื่องกำไล EM เราก็ไม่ได้ต้องการอยากให้มีประเด็นอะไร ก็อยากให้ทุกอย่างได้เป็นไปตามกระบวนการ และถ้าอย่างที่ออกมาว่าต้องใส่กำไล EM เราก็ต้องใส่ เป็นไปตามกระบวนการ เราไม่อยากมีปัญหาอะไรอยู่แล้วค่ะ
ส่วนเมื่อถามว่ากำไล EM จะต้องติดตั้งแต่ในเรือนจำฯ หรือทางคุณทักษิณต้องไปติดกำไล EM ที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 นั้น ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่ครอบครัวชินวัตรจะยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนและคนเสื้อแดง
ทั้งนี้ ระหว่างที่ น.ส.แพทองธาร ได้เดินขึ้นไปยังรถยนต์ส่วนตัว เตรียมเคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่เรือนจำฯ ได้มีคนเสื้อแดงเป็นผู้หญิงสูงวัย ที่มาเฝ้ารอต้อนรับแต่เช้า ได้นำของฝากจากจังหวัดมหาสารคามมามอบให้ครอบครัวชินวัตร ซึ่งเป็นน้ำพริกปลาร้ากับแคปหมู จำนวนอย่างละ 2 ชุด ซึ่งเป็นสินค้า OTOP จากจังหวัดมหาสารคาม พร้อมย้ำว่า ในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 และวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ตนจะเดินทางมารอต้อนรับท่านทักษิณด้วย
นอกจากนี้ ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า กรณีการติดกำไล EM ของคุณทักษิณ ชินวัตร ว่า จะมีการติดกำไล EM ตั้งแต่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ณ วันที่ 11 พ.ค.69 หรือจะต้องเดินทางไปติดที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 นั้น ทางเราจำเป็นต้องรอการเข้ามาชี้แจงของเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติให้เรียบร้อยก่อน ส่วนการเข้าพบรายงานตัวการพักโทษคุมประพฤติภายหลังออกจากเรือนจำฯ คุณทักษิณ จะต้องดำเนินการภายใน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.69-13 พ.ค.69








