วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีข้อสงสัยการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นปลากระป๋อง โดยระบุว่าสืบเนื่องจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เปิดเผยข้อมูลการซื้อปลากระป๋องที่ระบุข้างบรรจุภัณฑ์ว่าเป็นปลาแมคเคอเรลหรือปลาซาร์ดีน แต่เมื่อเปิดออกมากลับพบเป็นปลาชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายปลานิลหรือปลาหมอคางดำ
ซึ่งโดยปกติแล้วปลาทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก หากมีการตัดหัวออกจะแยกได้ยาก เนื่องจากจุดต่างสำคัญคือแถบสีดำบริเวณแก้มของปลาหมอคางดำจะถูกตัดออกไปด้วย
ประเด็นที่น่ากังวลคือโรงงานผลิตปลากระป๋องหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาดลำดับต้น ๆ เช่น จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งหากมีการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปจริงจะถือว่าผิดกฎหมายทันที เพราะปัจจุบันปลาหมอคางดำยังเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษที่ห้ามโยกย้าย ขนย้าย หรือแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต
แม้ล่าสุดกรมประมงจะออกมาประกาศว่าปลาที่พบคือปลานิล แต่ทางนักวิชาการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังคงตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการตรวจสอบและวิธีการเทียบเคียง DNA ว่ามีความชัดเจนเพียงใด รวมถึงการใช้แอปพลิเคชัน AI Fish ในการตรวจสอบนั้นได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำหรือไม่
"การพิสูจน์ว่าเป็นปลาหมอคางดำหรือปลานิลนั้น ยังไม่ทราบว่ากรมประมงใช้กระบวนการและวิธีเทียบ DNA อย่างไร แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบริษัทปลากระป๋องถึงต้องใช้ปลานิลจิ๋วขนาดเล็ก ทั้งที่ปกติบ่อเพาะเลี้ยงจะเลี้ยงให้ได้ขนาดเพื่อให้ขายได้ราคามากกว่า ขณะที่ปลาหมอคางดำในช่วงที่มีการระบาดและมีมาตรการรับซื้อของกรมประมง จะพบปะปนเป็นจำนวนมากในไซส์ขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว ซึ่งบังเอิญเป็นขนาดเดียวกับที่พบในกระป๋องพอดี จึงเป็นข้อสงสัยว่ารัฐไทยอาจแก้ปัญหาไม่ได้และมีการแอบปกปิดกระบวนการทำลายปลาหมอคางดำในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เราไม่นิ่งนอนใจและจะติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง" นายณัฐชา กล่าว
ด้านนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส. สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวว่า จะร่วมติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า แม้จะมีข่าวว่าบางแบรนด์ดำเนินการเก็บสินค้าออกจากชั้นวางแล้ว แต่เมื่อสุ่มตรวจสอบในร้านค้าทั่วไปในพื้นที่ก็ยังพบสินค้าวางจำหน่ายอยู่ และไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์เดียวที่มีปัญหา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จับกุมผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคโดยเร็วเพื่อให้ฉลากและผลิตภัณฑ์ภายในตรงกันตามมาตรฐานที่กำหนด








