"ศิริกัญญา" นำทีม ครม.เงา พรรคประชาชน เตรียมถกฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้งบเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เร่งด่วน แถมอัดฉีด 2 แสนล้านเกลี้ยงภายใน 4 เดือน หวั่นรัฐบาล "ตีเช็คเปล่า" หวังแค่กู้เรตติ้งแต่ไร้งบรับมือวิกฤตระยะยาว
วันที่ 6 พ.ค.2569 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ครั้งที่ 1 โดยพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ว่า กล่าวถึงครม.เงินกู้ 400,000 ล้านว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึงการเยียวยากลุ่มที่ตกหล่นแต่อย่างใด ยังคงเป็นการเทหน้าตัก 200,000 ล้านบาทไปกับการเยียวยา โดยที่ส่วนใหญ่ที่สุดไปที่โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งมีลักษณะของการเยียวยาแบบหว่านแห ไม่ได้มีการคัดกรอง ดังนั้นก็จะเจอกับปัญหาว่าคนที่เดือดร้อนอาจจะไม่ได้รับ ส่วนคนที่ได้รับอาจจะไม่ได้เดือดร้อน
ตรงนี้ก็เป็นปัญหาของเงินก้อนแรก 200,000 ล้านบาท ที่สำคัญถ้าเราสังเกตดู โครงการไทยช่วยเฟสออกมาทีเดียว 4 เดือน ใช้เงินเกือบหมดวงเงินที่ได้รับการอนุมัติมาให้กู้ในส่วนของแผนงานเยียวยา เท่ากับว่ารัฐบาลกำลังคิดว่าสงครามแล้วก็วิกฤตพลังงานนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในเร็ววันหรือไม่ และถ้าหลังจาก 4 เดือนนี้วิกฤตยังยืดเยื้อ ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับที่สูง จะทำยังไงต่อ จะต้องกู้ก้อนใหม่หรือไม่ เพราะว่าเอาข้อจริงแล้ววการกู้รอบนี้ก็ถ้าจะเรียกได้ว่าเป็นกู้รอบสุดท้ายได้อยู่แล้ว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ทุกอย่างก็กำลังอยู่ในสภาวะที่อาจจะไม่ได้อนุญาตให้รัฐบาลกู้ครั้งใหม่ได้อีกเลยด้วยซ้ำไป แต่กลับถมเงินก้อน ก้อนเยียวยาให้ใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน เป็นข้อที่เราอยากที่จะตั้งข้อสังเกตไปอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน คืออีก 200,000 ล้านบาทที่เป็นแผนการเปลี่ยนผ่านต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งเราเห็นว่ามันยังไม่จำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ควรที่จะออกเป็น พ.ร.บ. มากกว่าที่จะออกเป็น พ.ร.ก. อยากให้รัฐบาลได้ทบทวน ทำรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน แล้วนำมาเสนอต่อสภา จะคิดว่าไม่เกิน 3 เดือนก็สามารถที่จะผ่าน พ.ร.บ. นี้ได้อย่างไม่ยุ่งยาก และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญด้วย
เมื่อถามว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านพรรคประชาชนจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกันภายใน เราได้รับทราบมาว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็จะมาขอเสียงในการยื่นด้วย คงต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นตัวคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ คงจะต้องมาดูว่าเห็นตรงกันหรือไม่ในแต่ละประเด็น ก่อนที่จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปราย ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ซึ่งจะเข้าสภาวันที่ 14 พ.ค. นี้ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องเตรียมความพร้อม เพราะจะเป็นเงื่อนเวลา ว่าหากจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็จะต้องชะลอการนำ ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเข้าสู่สภา
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะต้องตัดสินใจและหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนวันที่ 14 พ.ค.ใช่หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องทำก่อนวันที่ 14 พ.ค.
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ พ.ร.ก. เงินกู้ครั้งนี้ไม่เป็นการหว่านแห สอดไส้ ตีเช็คเปล่า และมีแผนการใช้หนี้ที่ชัดเจน และจากที่นางสาวศิริกัญญาเคยให้สัมภาษณ์ไป ว่ารัฐบาลมีความชัดเจนในการแยกงบเป็นสองส่วน คือมาตรการเยียวยา และการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ตนไม่ได้ติดใจอะไร แต่ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมองว่าควรออกเป็น พ.ร.บ. ก็ได้
" เราจึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาศัยช่อง ในรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะออกเป็น พ.ร.ก. ดังนั้นแทนที่จะถามว่าเราจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นว่าออก พ.ร.ก.ถูกหรือผิดตามข้อกฎหมาย ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่เร่งด่วนออกเป็น พ.ร.ก. อะไรที่ไม่เร่งด่วนออกเป็น พ.ร.บ. ก็คงไม่ต้องมาถกเถียงเรื่องนี้กันตั้งแต่แรก " นายณัฐพงษ์กล่าว
ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ข้อกังวลของเราคือการที่ ต้องเร่งใช้เงิน 2 แสนล้านบาทภายใน 4 เดือน เป็นเรื่องน่ากังวลว่าตกลงรัฐบาลประเมินสงคราม และกู้เงินมาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามจริงหรือไม่ หรือเป็นการใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ภายใน 4 เดือนเพื่อคะแนนนิยม ที่กำลังลดหรือเพื่อเรียกเสียงคะแนนกลับมาหรือไม่ ถ้าเตรียมพร้อมกับสงครามและไม่อยากก่อหนี้ซ้ำอีกในอนาคตที่ยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหา การใช้เงินก้อนนี้ยิ่งต้องระมัดระวัง แต่แผนล่าสุดคือใช้เงิน 2 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 4 เดือน เรามองว่าไม่เหมาะสมกับการรับมือในสถานการณ์วิกฤตเป็นอย่างยิ่ง








