วันที่ 6 พ ค.69 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่ผ่านมาให้เดินหน้าพิจารณาต่อในสมัยสภาปัจจุบัน ว่าตามขั้นตอนต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อให้ลงมติเห็นชอบตามที่ครม. เสนอหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะมีร่างพ.ร.บ.ฉบับใดที่ครม. ร้องขอให้สภาฯพิจารณาต่อนั้น ตนยังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมด ทั้งนี้ทราบว่าไม่มีการยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ค้างการพิจารณาวาระสองของรัฐสภาชุดที่ผ่านมา
ขณะที่นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานวิปรัฐบาล คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ครม. ไม่ยืนยันต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนก่อน คือ ปัญหาวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน ขณะที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการเห็นชอบประชามตินั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เพียงแต่ว่าอาจต้องจัดลำดับการทำงานและแก้ปัญหาของรัฐบาลให้ดี
นายนิกร กล่าวต่อว่าฐานะที่ตนติดตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและมีบทบาทต่อการทำงานศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมและประชามติหลายครั้ง มองว่า รัฐบาลยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้ แม้จะไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของสภาชุดก่อนหน้านี้ และมีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องอื่นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความจำเป็น ขณะเดียวกันนั้นตนมองว่าในขั้นตอนของการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จำเป็นต้องพ่วงกับการทำประชามติอีก 2 ครั้ง มีความจำเป็นที่ต้องหารือกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่องบประมาณค่าใช้จ่ายที่มีวิธีที่ทำให้ลดารใช้งบประมาณได้ตามที่กฎหมายประชามติฉบับแก้ไขกำหนดไว้ให้ทำได้ คือ ผ่านระบบไปรษณีย์ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเหลือเพียง 1,000 ล้านบาทจากเดิมที่ต้องใช้ 3,500 ล้านบาท
“เมื่อครม.ไม่ยืนยันเนื้อหากลับมา การแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ คือ การเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา และผมมองว่าสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเดินหน้าคือการพูดคุยกับทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งฝ่ายสว. รวมถึงกระบวนการ เพราะจากการรับฟังความเห็นประชาชนเมื่อครั้งที่ผมเป็นกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ยังมีความเห็นต่างกันโดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขหมวด 1 และหมวด2 ซึ่งหากไม่ให้มีปัญหาต้องเขียนให้ชัดว่าไม่แก้ อีกทั้งผมมองว่ารัฐบาลยยังมีเวลาที่จะทำเรื่องนี้ เพราะการแก้มาตรา 256 ใช้เวลาไม่เยอะ คือ ไม่เกิน 2 ปี” นายนิกร กล่าว








