ทร.ฝันล่ม เรือฟริเกต ลำที่2 ยังไม่ผ่านงบฯ70 ต้อง รองบฯ2571 เหตุต่อลำ1-ลำ2 พร้อมกัน ทำวงเงินงบฯสูงกว่า 3 หมื่นล้าน แถมยังมีงบฯผูกพัน ผ่อนจ่าย เรือดำน้ำลำแรก จากจีน ด้วยสำนักงบฯขอให้เว้นระยะจัดซื้อ ทีละลำ เหตุงบฯปีนี้ ต้องใช้รับมือผลกระทบวิกฤติ ตะวันออกกลาง ขณะที่ 6 บริษัท จากเกาหลีใต้ตุรกี-สิงคโปร-สเปน ชิงชัย
มีรายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือ ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 28 เมษายน 2569 ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท แล้ว โดย เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 (วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท) เป็นจำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2
โดยในส่วนของกระทรวงกลาโหม มีโครงการสำคัญ ที่ไม่ผ่านการพิจารณา ร่วมกันของกระทรวงกลาโหม และสำนักงบประมาณ ในกรอบงบฯนี้ คือโครงการต่อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ของ กองทัพเรือ งบประมาณ 17,000 ล้านบาท
เหตุเพราะ ทร. เร่งดันโครงการจัดซื้อ เรือฟริเกต ลำที่2 เร็วเกินไป โดยเสนอของบฯปี2570 ในการจัดซื้อเรือ ฟริเกตลำที่ 2 งบฯ 17,000ล้านบาท
หลังจากที่ ในงบฯปี 2569 ทร.ได้รับการอนุมัติไปแล้ว 1 ลำ 17,000 ล้านบาท เริ่มผูกพันงบประมาณในปี 2569 แล้ว ทำให้เพดาน งบประมาณ ปี 2570 จะสูงเกินไป
สำนักงบประมาณ ได้หารือกับ กลาโหม แล้ว จึงขอให้เลื่อนการจัดซื้อ เรือฟริเกต ลำที่ 2 ออกไป เป็นงบประมาณปี 2571 เนื่องจากงบประมาณปี 2570 จะต้องมีการปรับลดเพื่อนำไปใช้ในการรองรับการแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง
โดยก่อนหน้านี้ตั้งแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในยุคของนายภูมิธรรมเวชยชัย เป็นรักษาการนายกฯและ รมว.กลาโหม กองดับเกลือได้พยายามเสนอขอจัดซื้อเรือฟริเกต พร้อมกัน 2 ลำ ในงบฯปี2569 แต่เนื่องจาก กรอบวงเงินงบประมาณ 2569 ในเวลานั้นได้อนุมัติไปแล้วให้ต่อแค่เพียง 1 ลำ แม้กองทัพเรือจะขอต่อลำที่2 พร้อมกันไปเลย แต่เนื่องจากวงเงินงบประมาณสูง ในยุคของนายภูมิธรรม จึงอนุมัติให้ต่อแค่ลำที่1 ก่อนที่ในงบฯปี2570 ใยรีฐบาลปัจจุบัน กองทัพเรือ ได้พยายามพูดคุยกับ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยให้ไปคุยกับ สำนักงบประมาณ ก่อนที่จะถูกพิจารณาว่า การซื้อเรือ ฟริเกต ลำที่2 ในปีงบฯ2570 ที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้ จะ ทำให้เพดานกรอบวงเงินสูงเกินไป จึงให้เลื่อนไปงบประมาณปี 2571 แทน
รายงานข่าวจากกองทัพเรือระบุว่าสาเหตุที่กองทัพเรือ ต้องเร่งเสนอขอจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่2 เลย ก็เพื่อให้เป็นไปตามโครงสร้างกำลังรบ ที่กองทัพเรือต้องการเรือฟริเกต อีก4 ลำ ทยอยจัดหาเพื่อมาดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและอธิปไตยในน่านน้ำไทย เนื่องจากใช้เวลาหลายปีกว่าจะต่อเสร็จและเข้าประจำการ แต่ก็ยอมรับว่าทำให้กรอบวงเงินงบประมาณสูง อีกทั้งยังมีงบผูกพัน โครงการเรือดำน้ำจีน ลำแรก ที่กำลังต่ออยู่ด้วย
ทร ก็ยังคงมีกำลังทางเรือ ที่มีศักยภาพ ในการดูแลทางทะเล อยู่ ทร. ยังมี เรือฟริเกต เช่น เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เริอหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร อยู่ พริอมเรือชุด เริอหลวงเจ้าพระยา และเรือต่างๆ
ส่วนขั้นตอน การคัดเลือก บริษัทยังคงดำเนินต่อไป ตามเดิม ในการคัดเลือกเรือฟริเกตลำแรก จากเดิมที่ กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีศักยภาพในการต่อเรือฟริเกต และมีประสบการณ์ในระดับสากลจากทั้งยุโรปและเอเชีย จำนวน 11 บริษัท เข้าร่วมยื่นข้อเสนอ ได้แก่ DAMEN NAVAL (เนเธอร์แลนด์) NAVANTIA (สเปน) FINCANTIERI (อิตาลี) TAIS Shipyards และ ASFAT (ตุรกี) ST Engineering Marine (สิงคโปร์) Hanwha Ocean, SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries (สาธารณรัฐเกาหลี) CSTC (จีน) และ ROSOBORONEXPORT (รัสเซีย) นั้น
แต่ในวัน ยื่นข้อเสนอเมื่อ 21 เมษายน ที่ผ่านมา กลับมีแค่ 6 บริษัท จาก4 ประเทศ ยื่นข้อเสนอเข้ามา คือ บริษัท Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (สาธารณรัฐเกาหลี)
บริษัท Singapore Technologies Engineering Ltd. (สาธารณรัฐสิงคโปร์)
บริษัท Askeri Fabrika ve Tersane İşletmeleri A.Ş. (สาธารณรัฐตุรกี)
บริษัท TAIS Gemi İnşa ve Teknoloji A.Ş. (สาธารณรัฐตุรกี)
บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. (สาธารณรัฐเกาหลี)
และ บริษัท Navantia S.A. (ราชอาณาจักรสเปน)
ขณะที่อีก 5 บริษัท รวมทั้ง จีน และ รัสเซีย ไม่ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามา คาดว่า เพราะ มีคุณสมบัติไม่ตรงกับ TOR ของ ทร.








