เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 27 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยมีการวางพวงมาลัยดอกดาวเรือง ที่ศาลตายาย หลังได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
นายสาโรจน์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ภายหลังนายพิพัฒน์ เตรียมผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นในรัฐบาล ว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะมีการศึกษามาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีนโยบายที่จะผลักดัน ในช่วงที่ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาก็เจอเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด ดังนั้นถ้าโครงการนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ ทั้งในวันนี้และอนาคต
นายสาโรจน์ กล่าวว่า แม้โครงการนี้จะใช้งบประมาณมาก แต่สิ่งที่จะได้รับนั้นสามารถที่จะเชื่อมทะเลทั้งสองฟากฝั่ง รวมถึงเป็นการไม่ประมาทจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคตด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดและศึกษา ดำเนินการ และริเริ่ม ดังนั้นส่วนตัวคิดว่านายพิพัฒน์ น่าจะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ และตั้งใจว่าหากทำเสร็จทุกอย่างจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึง กระแสต่อต้านในพื้นที่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามความจริง เพราะความเห็นต่างย่อมมีในสังคมอยู่แล้ว แต่ต้องเอาเหตุเอาผลมาฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้นายพิพัฒน์ ได้กำชับและพร้อมที่จะรับฟัง และต้องยึดความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ เคยมีแนวคิดลดค่าทางด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โครงการนี้มีคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายสาโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเป้าหมายที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ส่วนตัวเห็นว่านายพิพัฒน์ ในฐานะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีการพูดจาตรงไปตรงมา และสิ่งสำคัญคือเป็นคนคิดดี และมองประชาชนเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าโครงการนี้จะเกิด จบ และเสร็จอย่างแน่นอน ซึ่งมีอยู่ในแผนของทีมงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร นายพิพัฒน์ จะเป็นคนเปิดเผยเอง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้








