หมายเหตุ : “รสนา โตสิตระกูล” อดีตสมาชิกวุฒิสภา และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน เปิดเผยถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน เพื่อเร่งให้ “รัฐบาล” โดย “เอกนัฎ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดตั้ง "คลังน้ำมันสำรอง" โดยสัมภาษณ์ในรายการสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ออกอากาศทางช่อง ยูทูบ Siamrathonline
- ไม่รอให้รัฐมนตรีมีช่วงฮันนีมูนก่อนหรือ รัฐมนตรีเพิ่งรับตำแหน่งเป็นแบบป้ายแดงเลย
คงจะฮันนีมูนยาก เพราะเราเผอิญมาเจอภาวะวิกฤตที่หนักหน่วงมาก ในกรณีที่เรายังไม่รู้เลยว่าสงครามอิหร่านกับสหรัฐอเมริการวมอิสราเอลจะหยุดเมื่อไหร่ หรือจะยืดยาวออกไปขนาดไหน ซึ่งทำให้ประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางจะประสบกับความยากลำบากมาก ตรงนี้เลยทำให้รัฐมนตรีจะยากที่จะมีช่วงเวลาในการฮันนีมูน เพราะประชาชนกำลังโคม่า
- ตั้งแต่วันที่ไปยื่นหนังสือ วันนั้นคุณเอกนัฎ ให้ความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนว่า โดยเฉพาะที่ย้ำว่า ไม่กลัวเรื่องทุนพลังงาน
อยากจะเชียร์ให้รัฐมนตรีทำ สิ่งที่พูดเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ตอนที่รอบแรกที่มีการลดน้ำมันหน้าโรงกลั่นโดยการดึงเงินจากค่าการกลั่นที่ถือว่ามีลาภลอย 2 บาทมาลด ก็ลดเฉพาะดีเซลซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นแต่มันน้อยเกินไป
เราต้องมองจากสภาพความเป็นจริงว่าสงครามที่เกิดขึ้นกระทบกับหลายประเทศ แต่ถ้าบอกว่าค่าการกลั่นของเราเนื่องจากเรามีโรงกลั่นอยู่ 6 โรง และโรงกลั่นทั้ง 6 โรงไม่ได้โดนผลกระทบจากสงครามเลย ค่าการกลั่นที่เป็นลาภลอยมันสะท้อนมาจากน้ำมันสำเร็จรูปของสิงคโปร์ซึ่งถือว่าสิงคโปร์อาศัยราคาตลาดโลกในภูมิภาคแถบนี้ ราคาเขามันสะท้อนความตกใจของโลกเพราะเป็นรายวัน มีการปั่นทำให้ราคาพุ่งสูงมาก
- รัฐบาลบอกว่าเราไม่มีปัญหา เรามีน้ำมันสำรอง 101 วัน
ที่บอกว่า 101 วัน แต่คุณตรึงราคาแค่ 15 วัน มันไม่พอ ถ้าน้ำมันเป็นราคาเก่าก่อนที่จะเกิดสงคราม คุณต้องตรึงราคาตรงนี้ไว้ โรงกลั่นส่วนใหญ่ 4 โรง ถือหุ้นใหญ่โดยบริษัท ปตท. เมื่อรัฐบาลถือหุ้นใหญ่ใน ปตท. ก็ถือหุ้นใหญ่ในโรงกลั่นด้วย แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยใช้อำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในการกำหนดทิศทาง
ในเนื้อน้ำมันที่เราอิงราคาสิงคโปร์ มันมีสิ่งที่เรียกว่า "พรีเมียม" ประกอบด้วย ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ทั้งที่จริงๆ มันเป็นค่าขนส่งทิพย์ ประกันภัยทิพย์ สูญเสียระหว่างทางทิพย์ มันไม่ควรจะมีอยู่ ควรจะตัดพวกนี้ออกไปเพื่อทำให้ราคาน้ำมันลดลง
- สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาบ้านเรา
เมื่อเกิดสงคราม โรงกลั่นหลายประเทศเสียหายจริง ทำให้ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ส่วนต่างระหว่างน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูปกว้างขึ้นซึ่งแสดงออกโดยค่าการกลั่น รัฐบาลต้องควบคุมไม่ให้ราคาตรงนี้มากระทบกับภาคการผลิตทั้งหมดและการดำรงชีวิตของประชาชน เพราะถ้าทุกอย่างแพงมันจะกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เศรษฐกิจถดถอยซึมยาว
ท่านรัฐมนตรีเอกนัฎ ได้ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน 2516 มาใช้เพื่อเอาค่าการกลั่นที่ล้นเกินออกมาเพื่อมาชดเชยเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นให้ลดลง สิ้นเดือนมีนาคมค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 7.23 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงมาก เพราะปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 บาทเศษเท่านั้น
ส่วนที่เกินคือลาภลอย ในต่างประเทศเขามีภาษีลาภลอยดึงเงินส่วนเกินนี้ออกมาสูงถึง 90% เพื่อมาชดเชยไม่ให้ประชาชนแบกรับมากเกินไป
- ปัญหาของกองทุนน้ำมันที่เป็นหนี้อยู่ตอนนี้เกิดจากอะไร
กองทุนน้ำมันเป็นส่วนที่มีการเก็บเงินจากประชาชนบวกเข้าไปในน้ำมันทุกลิตรเพื่อสะสมไว้เป็นเหมือนกระปุกออมสินที่จะเอามาชดเชยราคาน้ำมันเมื่อแพงขึ้น
แต่พบว่าเราไม่ได้เอามาชดเชยเฉพาะน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่มันกลายเป็นการชดเชยพืชพลังงาน เอทานอล ไบโอดีเซล อยู่ตลอดเวลา จนเงินส่วนใหญ่หมดไป และไปชดเชยก๊าซหุงต้มที่ผลิตได้ภายในประเทศแต่ไปสมมติราคาว่านำเข้าจากซาอุดีอาระเบี ยจนกองทุนติดลบ ตอนนี้หนี้ขยับมาถึง 60,000 ล้าน หรืออาจถึง 100,000 ล้าน ถ้าใช้แบบนี้เรื่อยๆ จะไหวหรือ
- รัฐบาลเตรียมออกแพ็กเก็จ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น คนละครึ่งพลัส ตรงนี้พอจะช่วยได้ไหม
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องเข้าไปดับไฟที่ต้นเหตุ การเอาเงินมาแจกมันแค่ประชานิยมหาเสียง แต่คุณไม่สามารถเอาเงินมาทุ่มแบบนี้ได้ คุณต้องหยุดวงจรการแสวงหากำไรที่มากเกินควรแล้วทำให้ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนทางตรงลดลง
การกู้เงิน 500,000 ล้านเพื่อเอามาแจกไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คุณต้องดับไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่มันจะลุกลาม
-ข้อเสนอเรื่อง "คลังน้ำมันสำรอง" มีที่มาและหลักการอย่างไร
แทนที่เราจะต้องมาควักเงินประชาชนเข้าไปในกองทุนน้ำมันแล้วมาชดเชยให้โรงกลั่นตลอดเวลา คุณตั้งคลังน้ำมันสำรองของรัฐจริงๆ ดีกว่า
เรามีเงิน 34,000 ล้านที่เก็บไว้ในเนื้อน้ำมันทุกลิตรเพื่อความมั่นคงตั้งแต่ปี 2561-2569 ถ้าเราเอาเงินนี้มาซื้อน้ำมันในช่วงที่ราคาถูก เช่น 60 เหรียญต่อบาร์เรล เราจะสามารถสำรองน้ำมันได้ถึง 2,800 ล้านลิตร
เมื่อราคาตลาดโลกพุ่งสูงเกิน 120 เหรียญ รัฐบาลก็ปล่อยน้ำมันนี้ออกมาให้ประชาชนใช้ในราคาที่ไม่กระทบเศรษฐกิจ ดีกว่าไปเอาเงินจากประชาชนมาใส่กองทุนน้ำมันจนติดลบ
- จะทำอย่างไรให้โครงการนี้โปร่งใสและไม่เป็นภาระงบประมาณ
รัฐบาลไม่จำเป็นต้องสร้างคลังใหม่ให้ใช้เงินงบประมาณเยอะแยะ แต่ใช้วิธีเช่าเก็บในสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ใกล้โรงกลั่น ระบบต้องมีความโปร่งใส มีผู้ตรวจสอบภายในอย่าง สตง. และจ้างบริษัทตรวจสอบระดับโลกเข้ามาทำงาน และควรมีระบบ Real-time ให้ประชาชนกดเข้าไปตรวจสอบดูได้เพื่อให้เป็นมืออาชีพและเป็นประโยชน์กับประชาชน
- นอกจากเรื่องน้ำมัน มีเรื่องอื่นที่เสนอด้วยหรือไม่
ข้อ 1 ใน 8 ข้อที่เราเสนอคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์บนหลังคา เพราะประชาชนผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงเนื่องจากดวงอาทิตย์เป็นของฟรี แต่รัฐบาลชอบยืนบังแดด
เราเรียกร้องให้ถอดอุปสรรค ให้ประชาชนฝากไฟไว้ในสายส่งและหักลบกลบหน่วย (Net Metering) ได้ เมื่อลดค่าใช้จ่ายได้เท่ากับเพิ่มรายได้ เศรษฐกิจโดยรวมจะหมุนไป การซื้อไฟจากประชาชนในพื้นที่ยังช่วยลดการสูญเสียในระบบและลดปัญหาไฟดับด้วย
- ท้ายที่สุดมีความหวังมากน้อยแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงนี้
ในวิกฤตแบบนี้สิ่งสำคัญคือทำให้ประชาชนรู้เรื่องเหล่านี้มากที่สุด ครั้งนี้สื่อให้ความสนใจมหาศาลเพราะทุกคนเดือดร้อน เราต้องอาศัยวิกฤตเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยความกล้าหาญของรัฐบาล
เราอาจจะรวบรวมรายชื่อประชาชน 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ต่อสภา เพื่อวางแผนรับวิกฤตที่โลกไม่สงบสุขอีกแล้ว
เราต้องคิดถึงการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข อย่ารวยล้นจนเกินไป สังคมที่สงบสุขคือแต่ละคนกินอิ่ม อยู่เย็น เป็นสุข หวังว่าโรงกลั่นจะคิดว่าตัวเองเป็นคนไทยแล้วลดกำไรลงมาแบ่งปัน ให้คนอื่น ที่เขาจนไม่ไหวแล้ว








