“เทพไท” ซัด ป.ป.ช. 2 มาตรฐาน? ปม “ศักดิ์สยาม” – 44 ส.ส.ก้าวไกล สะเทือนความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ
เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
เมื่อ ปปช.ตกเป็นจำเลยสังคม
ช่วงนี้มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ของปปช. กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ใน2ประเด็น
ประเด็นแรก กรณีที่ปปช.ได้พิจารณาคำร้องของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการถือหุ้น หรือการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และการให้นอมินีถือหุ้นในบริษัทบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และตัดสิทธิ์ทางการเมือง2ปี จนนำมาสู่การพิจารณาการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ซึ่งปปช.ได้พิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นายศักดิ์สยามอ้างถึง และเชื่อว่านายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาจะปกปิดหุ้นหรือซุกหุ้นแต่อย่างใด
จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลผูกพันต่อองค์กรต่างๆตามที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามปกปิดบัญชีทรัพย์สินและยื่นทรัพย์สินอันเป็นเท็จ แต่ปปช.กลับพิจารณาเรื่องนี้โดยเชื่อว่า นายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาในการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และยื่นทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จนทำให้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่าปปช.มีเหตุผลใด ถึงกับพิจารณาแตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยปปช.ต้องออกมาชี้แจงเป็นเอกสารถึง5หน้า
ในที่สุดก็พบว่าเงื่อนไขที่ทำให้ปปช.เชื่อว่า นายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน คือกรณีที่นายศักดิ์สยามไปฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนจากนอมินี และในที่สุดก็ยอมความกัน มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดินกัน จนทำให้ปปช.เชื่อว่าถ้าหากทรัพย์สินเป็นของนายศักดิ์สยามตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ใช่เป็นนอมินี นายศักดิ์สยามจึงฟ้องขอทรัพย์สินคืน เมื่อไม่สามารถจะนำกลับคืนมาได้ แสดงว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของบุคคลอื่น ไม่ใช่ของนายศักดิ์สยาม
ประเด็นที่2 คือกรณีที่ปปช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ให้พิจารณา 44 ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งปปช.ได้นำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล กล่าวถึงพฤติกรรมการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยปปช.ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเขียนเป็นคำร้อง เพื่อยื่นฟ้องต่อ 44 ส.ส. พรรคก้าวไก่อย่างละเอียดยิบ
ซึ่งแตกต่างกับกรณีของนายศักดิ์สยามอย่างหนังคนละม้วน ทั้งที่การปฏิบัติโดยนำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรมาใช้ที่แตกต่างกัน จนถึงบัดนี้รายละเอียดของ2คดีนี้ได้นำมาเผยแพร่ต่อประชาชน และมีการนำมาวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าปปช.ได้ปฎิบัติต่อ2กรณีนี้ เป็น2มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งถือได้ว่าปปช.กำลังตกเป็นจำเลยของสังคม และถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่สร้างความกระจ่าง หรือปปช.ไม่สามารถจะเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้สังคมเข้าใจได้ จะทำให้องค์กรอิสระอย่างปปช.ถูกตั้งข้อสงสัยในความเป็นกลาง และในมาตรฐานการทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ซึ่งถ้าหากว่าปปช.ไม่สามารถตอบคำถามกับสังคมได้ ก็อาจทำให้กระแสสังคมเสื่อมความศรัทธาต่อองค์กรปปช.ได้
#เทพไท #ปปช #ศักดิ์สยาม #ก้าวไกล #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #มาตรฐานสองแบบ #องค์กรอิสระ #ศาลรัฐธรรมนูญ #บัญชีทรัพย์สิน #จริยธรรมการเมือง #มาตรา112 #ข่าววันนี้ #วิเคราะห์การเมือง #ประเด็นร้อน #ข่าวด่วน #นักการเมือง #ความโปร่งใส #ตรวจสอบอำนาจรัฐ








