วันนี้ (21 เม.ย. 69) เวลา 08.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางแก้ไขวิกฤตราคาน้ำมัน ระบุว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) รอบที่ 2 ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 23 เวลา 09.00 น. เพื่อพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น จากเดิมที่มีการบวกเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร โดยตั้งเป้าหมายว่า หลังการประชุมจะเร่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลภายในวันเดียวกัน ก่อนนำส่วนหนึ่งไปปรับลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มน้ำมันในวันศุกร์ และอีกส่วนใช้ชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
พร้อมกล่าวถึงแนวโน้มการปรับลดราคาน้ำมันเพิ่มเติมว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับของภาคเอกชน แต่เป็นการประเมินตามสถานการณ์จริง เนื่องจากขณะนี้ตลาดโลกอยู่ในภาวะผิดปกติ โดยราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นมากกว่าต้นทุนจริง จากค่าการกลั่นที่พุ่งสูงผิดปกติ จากเดิมเฉลี่ย 2-3 บาทต่อลิตร แต่ช่วงวันที่ 1-15 เมษายน เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 15 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันดิบ ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง หรือ “วอร์พรีเมียม” ที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาประกอบการกำหนดอัตราที่เหมาะสม โดยย้ำว่าจะไม่ให้ผู้ประกอบการขาดทุน แต่ขณะเดียวกันจะไม่ปล่อยให้มีกำไรเกินควรในช่วงวิกฤต พร้อมต้องคำนึงถึงภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องเข้าไปอุดหนุน เพื่อไม่ให้ราคาหน้าปั๊มกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม
สำหรับแนวโน้มการปรับลดในรอบต่อไป คาดว่ายังอยู่ที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร โดยอ้างอิงจากข้อมูลเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถือเป็นภาวะไม่ปกติ เนื่องจากมีการบังคับใช้พระราชกำหนดป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พร้อมมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน ทำให้น้ำมันที่ผลิตได้ต้องใช้ภายในประเทศ ส่งผลให้คณะกรรมการต้องเข้ามากำกับดูแลราคาให้เหมาะสม
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ปรับลดราคาน้ำมันลงแล้ว 2 บาทในเดือนมีนาคม หลังจากปรับขึ้นรวมประมาณ 7 บาท แต่ในเดือนเมษายนช่วงครึ่งเดือนแรก ค่าการกลั่นเฉลี่ยเพิ่มสูงถึง 15 บาทต่อลิตร ทำให้มีแนวโน้มต้องปรับลดเพิ่มเติม โดยมี 2 กลไกหลัก คือ การใช้งบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาหน้าปั๊ม และการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเป็นกลไกใหม่ที่ไม่เพิ่มภาระกองทุน แต่เป็นการลดกำไรของโรงกลั่นแทน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ปรับลดลงแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ลดลง 2 บาท 14 สตางค์ต่อลิตร ครั้งที่ 2 ลดลง 4 บาทต่อลิตร ครั้งที่ 3 ลดลง 1 บาท 50 สตางค์ต่อลิตร และครั้งที่ 4 ลดลง 1 บาท 20 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ปรับลดลงรวมแล้ว 8 บาท 84 สตางค์ต่อลิตร โดยเป็นผลจากทั้งการติดตามสถานการณ์ตลาดโลก และการใช้กลไกปรับราคาหน้าโรงกลั่นให้เหมาะสมด้วย







