สส.ปชน.ปีกสาธารณสุข จี้ “บอร์ด สปสช.” เปิดตัวเลข โยกงบกองทุนลองเทอมแคร์ ให้ หน่วยนวัตกรรม7นางฟ้า ห่วงกระทบการดูแลผู้ป่วยติดเตียงระยะยาว พร้อมขอ “กทม.” เร่งพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วย หนุนร่วมทุนเอกชนดูแลการให้บริการ
ที่รัฐสภา นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยงบประมาณที่โยกจากกองทุนดูแลระยะยาวสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (ลองเทอมแคร์) หลังจากที่มีมติเมื่อ 1 เม.ย. ให้โยกงบดังกล่าวไปให้กับหน่วยนวัตกรรมวิถีใหม่ หรือ นวัตกรรม7 นางฟ้า ที่ประกอบด้วยคลินิกเอกชนและร้านยาในระบบบัตรทอง ที่ สปสช.เปิดให้สิทธิบัตรทองใช้รักษาโรงเบื้องต้นตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งพบความเสี่ยงว่าจะขาดทุน ทั้งนี้ตนกังวลว่าหากการโยกงบลองเทอมแคร์อาจกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะติดเตียง และเสี่ยงว่าจะใช้เงินกองทุนผิดวัตถุประสงค์ได้ อย่างไรก็ดีต้องชี้แจงด้วยว่าการเกลี่ยงบที่ไม่กระทบกับการบริการนั้นคืออะไร
“ปัจจุบันผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในกทม.มีประมาณ 3 หมื่นคน แต่ได้รับบริการตามสิทธิเพียง 3,000 คนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกทม.ไม่สามารถจ้างนักบริบาลได้ นอกจากนั้นแล้วในต่างจังหวัดพบบว่าไม่สามารถจัดหาคนทำงานเต็มเวลาได้ เพราะงานหนักและค่าตอบแทนไม่จูงใจ ได้รับเพียง 5,000-6,000 บาท เท่านั้นทำให้มีเงินค้างในระบบ และเป็นเหตุให้ บอร์ด สปสช. โยกงบไปให้หน่วยนวัตกรรม ทั้งนี้ผมเป็นห่วงว่าการโยงงบที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบต่อระบบการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในระยะยาวได้” นายเอกภพ กล่าว
นายเอกภาพกล่าวด้วยว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นตนมองว่าต้องเร่งปฏิรูปทั้งระบบ โดยมีข้อเสนอต่อ กทม. คือ ต้องพัฒนาตลาดแรงงานที่ให้บริการรลองเทอมแคร์ อย่างจริงจัง มีนักบริบาลดูแลผู้ป่วยระยะยาว และต้องมีการฟื้นฟูสมรรรถภาพผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยติดเตียง โดยให้มีนักกายภาพบำบบัด 1.5หมื่นคนในกทม. ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ป่วยที่ต้องดูแลระยะยาวมีประมาณ 5 หมื่นคน รวมถึงต้องจัดสวัสดิการและคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งนี้อาจใช้การร่วมทุนกับเอกชน ที่เหมือนกับบริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นต้น







