ข่าวดี! “พิพัฒน์” เผยครม.ไฟเขียวมาตรการเยียวยาขนส่ง อัดฉีดงบอุ้มรถกว่า 4.6 แสนคัน หวังตรึงค่าโดยสาร-ราคาสินค้า ช่วยลดภาระประชาชน
กระทรวงคมนาคม ขานรับมติ ครม. “พิพัฒน์” แถลงข่าวดี เดินหน้ามาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ ย้ำเป้าหมายสำคัญเพื่อรักษาสภาพคล่องผู้ประกอบการ พร้อมการันตีประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น ดีเดย์เปิดลงทะเบียน 16 - 19 เม.ย. นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ที่ประชุมได้มีมติ "อนุมัติ" มาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ ตามที่ตนและ กระทรวงคมนาคม โดยกรมขนส่งทางบก ได้เดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากช่วงวิกฤตพลังงานที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้ ไม่ได้มีเพียงเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและสามารถนำรถออกมาวิ่งให้บริการต่อไปได้เท่านั้น แต่เป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องพี่น้องประชาชน โดยการันตีว่าประชาชนจะต้อง "ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น" ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้แบ่งกลุ่มการดูแลออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้
1. กลุ่มรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะที่ใช้น้ำมัน (มาตรการดูแลค่าเดินทาง)
รัฐบาลจะเข้าไปช่วยพยุงต้นทุนให้รถกว่า 180,332 คัน เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และประชาชนได้จ่ายค่าตั๋วในราคาเดิม โดยครอบคลุมรถประเภทต่างๆ ได้แก่
• รถทัวร์ บขส. และรถร่วมฯ: อุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ (6 - 19 เม.ย.) การันตีตั๋วราคาเดิม เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างสบายใจ
• รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถว (ใน กทม.): รับเงินอุดหนุน 5,040 บาท/คัน
• รถตู้และรถมินิบัส (ระหว่างจังหวัด): รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 700 บาท/วัน/คัน (โดยจะมีการตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชัน)
• รถรับจ้างไม่ประจำทาง (เช่น รถนำเที่ยว, รถรับส่งพนักงาน): รับเงินอุดหนุน 5,040 - 7,000 บาท/คัน
• รถแท็กซี่: รับเงินอุดหนุน 5,040 บาท/คัน
• รถจักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์รับจ้าง): รับเงินอุดหนุน 840 บาท/คัน
2. กลุ่มรถบรรทุกสินค้า (มาตรการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค) เพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งถูกผลักภาระไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าตามท้องตลาด กระทรวงคมนาคมจะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าขนส่งให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 287,175 คัน แบ่งเป็น
• รถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 6,000 บาท/คัน (ตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชัน)
• รถบรรทุกที่ไม่ได้ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท/คัน
ในช่วงท้าย นายพิพัฒน์ ได้ย้ำถึงพี่น้องผู้ประกอบการและผู้ขับรถที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ ขอให้เตรียมตัวลงทะเบียนรับสิทธิ์ เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16 - 19 เมษายน 2569 นี้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีระยะเวลาการช่วยเหลือครอบคลุม 42 วันเต็ม (ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. - 31 พ.ค. 2569) ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูล รายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก (www.dlt.go.th) รวมถึง FacebookPage กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News
#พิพัฒน์ #ครม #ค่าครองชีพ #น้ำมันแพง #ขนส่ง #รถโดยสาร #รถบรรทุก #ตรึงค่าโดยสาร #ลดราคาสินค้า #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #สงกรานต์2569 #กรมการขนส่งทางบก #แท็กซี่ #วินมอเตอร์ไซค์ #รถทัวร์ #รถตู้ #เศรษฐกิจไทย #ช่วยประชาชน








