ปิดจ็อบ! ‘นายกฯ’ ขอบคุณ ‘รัฐสภา’ เปิดแถลงนโยบายรัฐบาล พร้อมรับฟังทุกความเห็น รับปากพร้อมทุ่มเททุกสรรพกำลังทำงานรับใช้แผ่นดิน ยันเฟ้นเลือก ‘ครม.’ มาเองอย่างรอบคอบ ลั่นใครทำงานล้มเหลวต้องรู้ตัวเก็บของกลับบ้าน สอนมวย ‘พริษฐ์’ ไม่ทำการบ้าน กล่าวหาโยนงาน โอด ‘ไปรบก็ไป น้ำท่วมก็ลุย’ อยู่หน้างานตลอด หวังอยู่ครบเทอม 4 ปี ด้าน ‘ไอติม’ ไม่ยอมประท้วงถูกพาดพิง ก่อนถูก ‘โสภณ’ ตัดบท ชิงปิดประชุม
10 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 22.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เข้าสู่ช่วงท้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นตัวแทนกล่าวสรุปภาพรวมการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันอภิปราย ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใยต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลตน ตนเข้าใจดีว่าต่างฝ่ายก็ต้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมด ตนยืนยันว่าทุกถ้อยคำพวกเราทุกคนที่เป็นรัฐมนตรีอยู่นี้ได้รับฟังและรับทราบ ในส่วนที่เป็นประโยชน์ มีสาระ และเป็นความจริง เรายินดีที่จะนำไปประยุกต์ใช้และนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนของพวกเรา
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกคนตระหนักดีว่าความท้าทายที่ประเทศของเรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คณะรัฐมนตรีทุกคนให้คำยืนยันว่าเราจะผลักดันทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในการแถลงนโยบายให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายทั้ง 23 ข้อเป็นนโยบายหลักที่พวกเราทุกคนจะต้องดำเนินการภายในเทอมของรัฐบาล ซึ่งก็หวังว่าจะได้อยู่ครบ 4 ปี เพราะพวกเราทุกคนมีความตั้งใจ ครม. ทุกท่านตนคัดเลือกมาด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ทั้งเรื่องของประวัติ วัยวุฒิ และประสบการณ์ กว่าจะตัดสินใจให้แต่ละคนไปรับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ ตนให้คำยืนยันว่าตนได้พิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ
“ผมขอเรียนว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ท่านได้พูดถึงตัวผมว่าผมไม่ตั้งใจทำงาน โยนงาน รับผิดชอบงานไม่เป็น หรือบริหารงานไม่เป็น อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเหมือนกัน เพราะฝ่ายนี้ก็บอกผมเก่ง ผมบริหารดี ทำได้ดี มีความรับผิดชอบ รักประชาชน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็บอกอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นไร มันเป็นบทบาทของเรา แต่ต้องขอความกรุณาว่าต้องพูดความจริง และต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ ท่านสมาชิกที่เพิ่งจะอภิปรายผมเมื่อสักครู่ต้องบอกว่าท่านไม่ได้ทำการบ้านจริงๆ ท่านบอกว่าผมเอาคลัสเตอร์ที่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยมาดูเอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ เป็นคนดู คำว่าคลัสเตอร์ ผมพูดในส่วนของผม คือพรรคภูมิใจไทย ผมได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านได้ดูแลหน่วยงานตามที่ผมได้มอบหมายไป ส่วนกระทรวงในกำกับดูแลรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย นายยศชนันเป็นผู้ดูแลด้วยอำนาจเต็ม” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนบริหารงานแบบนี้ตั้งแต่เป็นผู้บริหารภาคเอกชน อาจจะเป็นพรสวรรค์ของตนก็ได้ที่สั่งงานเป็น ตนรู้ว่าใครเก่งตรงไหน รู้ว่าคนไหนมีความสามารถที่จะทำอะไรเพื่อให้ได้ผลงานกลับมาส่งมอบให้ตนตามเป้าหมาย ตนคิดเวลามอบหมายงานไม่ใช่ไม่คิดถึงใคร ทุกคนที่ตนมอบหมายงานให้ทำ ต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ด้วยความคิดและเป้าหมายที่ตนต้องการ และไม่มีใครที่กลับมาพร้อมความล้มเหลวสำหรับตน รัฐมนตรีคนไหนหรือรองนายกฯ คนไหนที่ทำงานล้มเหลว เขาก็ต้องรู้ว่าต้องกลับไปเก็บของ และต้องรู้ว่าควรให้คนที่มีความสามารถดีกว่าเข้ามาทำ ตนบริหารงานในลักษณะนี้และประสบความสำเร็จมาในทุกๆ ด้าน แม้มีล้มเหลวบ้างแต่ก็สำเร็จมากกว่า ทำให้ตนสั่งสมประสบการณ์ในการดูคนว่าใครถนัดด้านไหนแล้วจึงมอบหมายไป
นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ท่านบอก เดี๋ยวตนจะมอบหมายให้ใครมาตอบกระทู้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะต้องมาชี้แจง ถ้าตนว่างตนก็มาในส่วนที่ตนรับผิดชอบ วันนี้ตนเป็นนายกฯ ก็ต้องขอบคุณที่ท่านทำให้ตนได้เป็นครั้งแรก ก็ต้องขอบคุณจริงๆ แต่วันนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยด้วย และตั้ง รมช.มหาดไทย ถึงสามคนเพื่อมาช่วยตนทำงาน ซึ่งหน้าที่ที่มอบหมายให้ รมช.มหาดไทย ทำก็คือต้องมาตอบกระทู้ในสภาฯ รวมถึงหน้าที่ที่มอบหมายให้ ครม. ทุกคนต้องทำ คือต้องให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ในสภาฯ
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อเย็นนี้เห็นรัฐมนตรีเพียง 2-3 คนอยู่บนเวที ตนก็ส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มรัฐมนตรีทันทีว่าต้องให้เกียรติสภาฯ ขอให้ขึ้นมารับฟังการอภิปราย ตนทำงานอย่างนี้จะเรียกว่าโยนงานหรือเปล่าไม่ทราบ มีสมาชิกบอกว่าตนทำงานแบบมอบหมายให้ รมว.เกษตรฯ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในตอนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี จริงๆ ไม่ใช่การมอบหมายแต่เป็นการสั่งการ เพราะท่านกำกับดูแลกรมชลประทานซึ่งต้องใช้ทรัพยากรในการช่วยน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ตัวท่านเองก็ไปลุยน้ำทำงานหนัก ตนก็ลุยน้ำจริงๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง พอผ่านไป 2-3 สัปดาห์สถานการณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ตนไปหน้างานจริงๆ ไม่ใช่ไปแค่น้ำเท่าหัวเข่าแล้วกดตัวลงไปเพื่อถ่ายรูป ตนลุยก็คือลุยจริงๆ ไม่ต้องสร้างภาพแบบนั้น
นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกท่านทราบว่าเวลาทำงานตนไม่มีตำแหน่ง ตนลงพื้นที่ก็ลุยกับเจ้าหน้าที่ทุกคน ฉะนั้นเรื่องงานที่บอกว่าตนไม่รับผิดชอบนั้นไม่ใช่เลย งานตนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ไปรบก็ไป ไปตรวจแนวชายแดนที่มีกับระเบิดอยู่ข้างๆ เพียง 2-3 เมตรก็ไป ถึงทราบว่าหน้างานเป็นอย่างไร เวลามีต่างชาติมากดดันหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนพวกท่านรับรายงานแล้วมาพูดกับตน มาถึงก็ต้องถูกตนตอกหน้าหงายกลับไป เพราะตนอยู่หน้างานจริงไม่ใช่แค่รับรายงาน การจะกล่าวหาอะไรตนถ้าตนไม่ได้ทำ ตนก็จะยืนอยู่ตรงนี้แล้วบอกกับท่านว่าตนไม่ได้ทำ
“พวกเราเข้าใจดี ผมเข้าใจดีว่าความห่วงกังวลของพวกท่าน ท่านทำเพื่อประชาชนทั้งนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่เห็นตรงกันคือทำเพื่อประชาชน ผมไม่เคยมีความสงสัยเลยว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อตนเอง ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความทุ่มเทในการทำงาน เหลือเพียงอย่างเดียวคือขอให้พวกเราทุกคนนำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เราต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงและความจริง เมื่อไหร่ที่ตรงไหนเป็นข้อบกพร่องผมยินดีที่จะยอมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข ท่านคงเห็นว่าผมออกไปขอโทษประชาชนหลายครั้งเวลาทำอะไรแล้วยังไม่เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ทั้งที่หลายครั้งไม่ได้รู้สึกว่าเราทำไม่ถูก แต่ก็เข้าใจและเห็นแก่พี่น้องประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกเราเข้ามา ถ้าประชาชนยังไม่พอใจก็ถือว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ ก็ต้องออกมาขอโทษและทำต่อไปให้เรียบร้อยและดีขึ้น“ นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามเราจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ตนรับฟังและจดบันทึกสิ่งที่ท่านแนะนำให้รัฐบาลไปปฏิบัติ ตนยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายเรา ‘พูดแล้วทำ’ อยู่แล้ว และสิ่งที่แนะนำมาตนก็ยินดี เพราะไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อที่แจ้งไว้ หากมีข้อไหนที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนตนพร้อมทำ ส่วนเรื่องการสนับสนุนภารกิจของสภาฯ หรือวุฒิสภา ตนยินดีให้การสนับสนุน แต่เรื่องที่สมาชิกท่านล่าสุดอภิปรายว่าตนต้องพร้อมยินดีให้ กกต. ฟ้องดำเนินคดีกับตนนั้น ก็แล้วแต่ กกต. ถามว่ายินดีหรือไม่ ไม่ยินดีแน่นอน ใครจะยินดีให้ตัวเองถูกดำเนินคดี ถ้าท่านยินดีก็เชิญท่านคนเดียว เรื่องนี้อยู่ที่ กกต. ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีใครหลุดพ้นไปได้ ต่อให้มีอิทธิพลขนาดไหนก็ไม่หลุดพ้นตรงนี้ไปได้
“ก็คิดว่าเรายังคงต้องทำงานรับใช้ชาติด้วยกันด้วยความสร้างสรรค์ ท่านทำหน้าที่ของท่าน พวกผมทำหน้าที่ของผม ขออย่างเดียวมีประชาชนเป็นเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง หลังจากนี้เป็นต้นไปรัฐบาลนี้จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ และพวกเราจะทุ่มเททุกสรรพกำลังที่มีทำงานรับใช้แผ่นดินและพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวหน้า เจริญ และแข็งแรงมั่นคง เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน” นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พยายามใช้สิทธิ์ประท้วงนายอนุทิน ที่กล่าวพาดพิงว่าไม่ทำการบ้านในข้อมูล แต่ถูกนายโสภณ ในฐานะประธานการประชุม ตัดบทโดยระบุว่า “มันจบแล้ว” และสั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 22.12 น. รวมเวลาในการอภิปรายตลอดทั้ง 2 วันไปทั้งสิ้น 31.5 ชั่วโมง
#ประชุมสภา #อนุทิน #นายกคนใหม่ #ไอติมพริษฐ์ #การเมืองไทย2569 #พรรคภูมิใจไทย #พรรคประชาชน








