"จูรี นุ่มแก้ว" สส.สงขลา ปชป. เปิดโหมดด่าไฟแลบ อภิปรายนโยบายรัฐบาลกระแทกใจคนใต้ "รุนไม่ไหวแล้ว" ซัดแรงนายกฯ ในใจมีแต่นายทุนแต่ปากบอกทำเพื่อประชาชน เตือนสติ ครม. บริหารประเทศอย่าตะกละจนท้องแตกตายเหมือนตัวละครในวรรณคดี
วันที่ 10 เม.ย.2569 เวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องเป็นวันที่2 ต่อมานายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนฟังนายกรัฐมนตรี อ่านแถลงนโยบายให้สภาฯฟัง จนมาถึงถ้อยคำหนึ่งที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตนขนลุก แหงนมองหน้า และพยายามมองใจของนายกฯว่าจริงๆแล้วในใจของนายกฯมีประชาชนแล้วแทรกด้วยนายทุนอยู่หรือไม่ เพราะสิ่งที่นายกฯแถลง ย้อนแย้งความเป็นจริงกับที่ประชาชนประสบอยู่ เข้าใจว่านายกฯโชคดีเกิดมาเป็นเศรษฐีเลย แต่อยากให้เปิดใจมองลงมาข้างล่างเห็นคนหาเช้ากินค่ำที่ตอนนี้ลำบากมาก รายได้น้อย แต่รายจ่ายเยอะมาก สิ่งที่ถูกอยู่อย่างเดียวที่ประชาชนสามารถซื้อได้คือยาบ้าเม็ดละ10บาท หาได้ทั่วไป ซื้อง่ายกว่ายาพาราอีก ขอฝากไปยังนายกฯให้เข้าใจหน่อย สิ่งที่พยายามบริหารจัดการทั้งหมด ท่านไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบชาวบ้าน เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะรวยเมื่อไหร่ ถ้าเป็นปักษ์ใต้ตอนนี้ ต้องบอกว่ารุนไม่ไหวแล้ว
นายจูรี กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องน้ำมันที่หายไปก่อนหน้านี้ พอขึ้นราคาน้ำมันมา6บาท กลับมีน้ำมันทุกปั๊ม ทุกวันนี้น้ำมันเกือบ50บาท หาเติมได้หมดเลย เสมือนเสกน้ำมันเหล่านี้มาได้ ตนรู้สึกว่าในใจนายกฯมีแต่นายทุน เข้าใจแต่นายใจ แต่ไม่เคยเข้าใจประชาชน ขณะที่นโยบายปราบปรามยาเสพติด ที่นายกฯแถลงตอนหนึ่งจะปราบปรามบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องบอกว่าจริงจังแค่ไหนแค่ไหนเรียกจริงจัง เพราะขณะนี้มันระบาดไปทุกหย่อมหญ้าจริงๆ ถ้าจริงจังจริง ต้นปีที่ผ่านมาคงไม่มีข่าว วัยรุ่นหลอนยา จับนักเรียนเป็นตัวประกันจนผอ.โรงเรียนต้องเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตนักเรียน ทั้งประเทศสดุดีความดีของผอ. แต่ครอบครัวของเขาไม่ปราถนาคำสดุดี เขาต้องการชีวิตผอ.กลับคืนมา
“ผมอยากฝากนายกฯ และครม.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ว่า ทำอะไรหลังจากนี้ พยายามอย่าให้มูมมามมาก เพราะผมคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่บริหารจนครบเทอม ไม่อยากให้รัฐบาลมาจบชีวิตแบบเดียวกับที่ชูชกเขาจบชีวิต” นายจูรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้สส.พรรคภูมิใจไทย นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ ลุกขึ้นประท้วงให้นายจูรีถอนคำพูดเสียดสีคือคำว่า ทำอะไรต่อไปนี้อย่ามูมมามเดี๋ยวจะเป็นเหมือนชูชก เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม และนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี ประท้วงว่าคำพูดดังกล่าวส่อให้เห็นถึงกิริยาของผู้อภิปราย ทำให้สภาฯไม่สมเกียรติ
ทำให้นายโสภณ จึงวินิจฉัยคำว่ามูมมาม ยังพอรับไหว ขอให้รัฐบาลมาชี้แจงดีกว่า ทำให้นายจูรี ชี้แจงว่า ไปย้อนดูเทปได้ ตนพูดว่าหลังจากนี้ เสมือนเป็นคำเตือนว่าเป็นห่วงประเทศนี้ นายโสภณ จึงวินิจฉัยย้ำว่า ยังพอไหว ครม.ยังพอชี้แจงได้ ขอให้ไปต่อดีกว่า จากนั้นจึงเข้าสู่การอภิรายต่อไป







