เมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า ผิดหวัง รัฐลดค่ากลั่น ได้แค่ลิตรละ2บาท
ผมเคยนำเสนอความคิดไปยังรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยเฉพาะกรณีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลิตรละ 6-7 บาท ต้องการในรัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บ หรือให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นศูนย์(0) รวมไปถึงให้ลดค่ากลั่นน้ำมันของโรงกลั่น ที่ก่อนหน้านี้มีค่ากลั่นอยู่ที่ลิตรละ 2-3 บาท ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงต้นปี 2569 คือ เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ พึ่งมาปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม ปรับเป็นลิตรละ 17 บาท จึงอยากให้ คตร.ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมา เพื่อศึกษาค่ากลั่นของการกลั่นน้ำมัน และศึกษาค่าการตลาดของน้ำมันว่า ควรจะลดลงหรือจัดเก็บอยู่ในราคาใด
จึงตั้งความหวังไว้ว่า คตร.น่าจะใช้อำนาจในการนำเสนอให้ราคาค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมันลดลงให้ได้มากที่สุด ตั้งความหวังไว้ว่า จากราคาปัจจุบันหากการกลั่นตกอยู่ลิตรละ 17 บาท ถ้าคตร.สามารถกำหนดให้ค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมัน ลดเหลือลิตรละ 7 บาท จะทำให้ประหยัดเงินลิตรละ 10 บาท ส่วนค่าภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลจัดเก็บอยู่ลิตรละ 6-7 บาท ถ้ารัฐบาลยอมเสียสละไม่จัดเก็บ หรือจัดเก็บเป็นศูนย์ ก็จะประหยัดเงินค่าน้ำมันลิตรละ 7 บาท รวมแล้วเป็นลิตรละ 17 บาท
ถ้าหากไปยกเลิกค่าการตลาด ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาษีท้องถิ่น ซึ่งรวมแล้วน่าจะตกอยู่ประมาณลิตรละ 20 บาท ก็สามารถทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้ถึงลิตรละประมาณ 20 บาท ถ้าไม่ราคาน้ำมันอยู่ในราคาที่ไม่แพงมากนัก และสามารถจะควบคุมต้นทุนการผลิตของสินค้าทั้งหมดได้ และจะทำให้สินค้าราคาไม่ต้องปรับตัวสูงขึ้น และสามารถทำให้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด รวมไปถึงกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันเป็นต้นทุน ก็จะไม่ปรับตัวสูงขึ้น
แต่ล่าสุดพบว่า รัฐบาลเสนอปรับลดภาษีสรรพสามิต แค่ลิตรละ 1 บาท และปรับลดค่าการกลั่นลงลิตรละ 2 บาท ซึ่งทำให้ผิดหวัง เพราะเป็นอัตราที่ปรับลดลงน้อยมาก จะไม่ส่งผลต่อการควบคุมราคาสินค้าเลย เพราะปรับลดแค่ลิตรละ 3 บาท ถ้ารัฐบาลใช้วิธีการปรับลดตามข้อเสนอของผม ซึ่งรวมแล้วตกลิตรละ 20 บาท ก็จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่สูงมากจนเกินไป และจะทำให้ราคาสินค้าก็ไม่แพง และจะไม่สร้างผลกระทบ หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง
จึงอยากจะนำเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง







