การเมืองทั่วไป

"ศิริโชค" ชี้จากวอชิงตันถึงไทย สัญญาณ "การส่งทหารภาคพื้นดิน" อาจผลักดีเซลทะลุ 60 บาท

แชร์ข่าว

วันที่ 3 เม.ย.69 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ศิริโชค โสภา ระบุว่า...

จากวอชิงตันถึงหน้าปั๊มไทย: สัญญาณ “การส่งทหารภาคพื้นดิน (boots on the ground)” ที่อาจดันดีเซลทะลุ 60 บาท

คำประกาศของ Donald Trump ที่บอกว่าสงคราม “ใกล้บรรลุเป้าหมาย” ถูกตีความไปในหลายทาง บางส่วนมองว่าเป็นสัญญาณของการลดระดับความขัดแย้ง แต่ถ้าพิจารณาจากพฤติกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านมา นี่อาจสะท้อนสิ่งตรงกันข้ามมากกว่า

รูปแบบที่เห็นค่อนข้างชัด: การใช้ถ้อยคำเพื่อ “ลดแรงกดดันในที่สาธารณะ” ขณะเดียวกันก็ยังคงเปิดพื้นที่สำหรับการยกระดับในทางปฏิบัติ

Trump ไม่ใช่ผู้นำที่ผูกมัดตัวเองกับคำพูด แต่ใช้คำพูดเป็นเครื่องมือสร้างความคลุมเครือ ซึ่งทำให้ฝ่ายตรงข้าม—รวมถึงตลาด—ประเมินทิศทางได้ยาก

Kharg Island: เป้าหมายที่ยังไม่ถูกแตะ เพราะมันคือ “ปุ่มหยุดหายใจ” ของอิหร่าน

Kharg Island คือศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

การที่ยังไม่ถูกโจมตีอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพราะเข้าถึงไม่ได้

แต่เพราะมันคือ “ไพ่ใบใหญ่”

ถ้าวันไหนจุดนี้ถูกปิด:

• รายได้หลักของอิหร่านจะสะดุดทันที

• ตลาดน้ำมันโลกจะผันผวนรุนแรง

• ประเทศผู้นำเข้าพลังงานทั้งหมดจะรับแรงกระแทกพร้อมกัน

นี่คือเป้าหมายที่มีไว้ “ปิดเกม” ไม่ใช่เปิดเกม

Abu Musa: เกาะเล็กที่คุมคอขวดของโลก

Abu Musa อาจดูเป็นเพียงจุดเล็กบนแผนที่

แต่ในทางภูมิรัฐศาสตร์ มันอยู่ในตำแหน่งที่สามารถกระทบช่องแคบ Hormuz ได้โดยตรง

Hormuz ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือธรรมดา

แต่มันคือ chokepoint (จุดคอขวด) ของพลังงานโลก

ถ้ามีการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่ Abu Musa

มันจะไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะจุด

แต่คือการ “เขย่าทั้งระบบ”

การไม่แตะสองจุดนี้ อาจสำคัญกว่าการโจมตี

จนถึงตอนนี้ ทั้ง Kharg Island และ Abu Musa ยังไม่ถูกแตะในระดับที่เปลี่ยนเกม

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ

ในเชิงยุทธศาสตร์ การ “เก็บเป้าหมาย” แบบนี้ไว้

มักหมายถึง:

• ใช้เป็น leverage (เครื่องมือต่อรอง)

• หรือรอจังหวะ escalation (การยกระดับ)

ซึ่งทั้งสองแบบ ล้วนแปลว่าเกมยังไม่จบ

จาก air campaign (การโจมตีทางอากาศ) สู่คำถามเรื่อง “การส่งทหารภาคพื้นดิน (boots on the ground)”

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สงครามขับเคลื่อนด้วยกำลังทางอากาศเป็นหลัก

แต่ air power (อำนาจทางอากาศ) มีข้อจำกัดชัดเจน:

มันทำลายได้ แต่ “ยึดและควบคุม” ไม่ได้

ถ้าเป้าหมายขยับไปถึงระดับ:

• การควบคุมเส้นทางเดินเรือ

• การดูแล chokepoint อย่าง Hormuz

• การรักษาสมดุลอำนาจในพื้นที่จริง

สุดท้ายแล้ว

ก็หลีกเลี่ยงคำถามเรื่อง

การส่งทหารภาคพื้นดิน (boots on the ground) ไม่ได้

สัญญาณที่ออกมา ไม่ใช่การถอน แต่คือการจัดหมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตอนนี้ ไม่ได้สะท้อนการลดกำลัง

แต่เป็นการ “pre-positioning (การวางกำลังล่วงหน้า)”

นั่นหมายความว่า:

• พร้อมยกระดับได้ทันที

• พร้อมขยับเข้าสู่ phase ถัดไป

และ phase นั้น

อาจไม่ใช่แค่การโจมตีจากระยะไกลอีกต่อไป

ผลกระทบที่คนไทยหนีไม่พ้น

ถ้าเกมขยับไปแตะ Kharg Island หรือ Abu Musa จริง

ผลกระทบจะไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศ

มันจะมาในรูปของ:

• ราคาน้ำมันที่พุ่งเร็วและแรง

• ความเสี่ยงของ supply (อุปทาน) ที่สะดุด

• ต้นทุนขนส่งที่กระจายไปทั้งระบบเศรษฐกิจ

ดีเซลในไทยที่วันนี้ยังพอ “คุมได้”

อาจทะลุ 60 บาท/ลิตร ได้ไม่ยาก

และในสถานการณ์ที่เลวร้าย

“ของอาจไม่ได้มีให้เติมตลอดเวลา”

บทสรุป

เมื่อดูจากพฤติกรรมมากกว่าคำพูด

นี่ไม่ใช่การ “exit (การถอนตัว)”

แต่คือการ “reposition (การจัดวางใหม่)”

Kharg Island ยังไม่ถูกแตะ

Abu Musa ยังไม่ถูกขยับ

ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ

แต่เพราะมัน “สำคัญเกินไป”

และเมื่อเกมเดินไปถึงจุดนั้นจริง

คำว่า

การส่งทหารภาคพื้นดิน (boots on the ground)

จะไม่ใช่แค่สมมติฐานอีกต่อไป

คำถามคือ

วันที่ราคาน้ำมันพุ่ง และเริ่มมีสัญญาณขาดแคลน

รัฐบาลไทย…เตรียมรับมือไว้แล้วหรือยัง?