วันนี้ ( 3 เม.ย.) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก.แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า สถานการณ์ด้านการต่างประเทศหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแถลงข่าว แต่ยังไม่พบทิศทาง และกรอบเวลาที่ชัดเจนในระยะต่อไป ว่าจะยกระดับหรือจะถอนกำลังจากภูมิภาค
ขณะที่สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมกว่า 40 ประเทศ โดยไม่มีสหรัฐฯ เข้าร่วม เพื่อหาทางกดดันให้อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเน้นมิติเรื่องความปลอดภัยหลังสถานการณ์คลี่คลาย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทางอิหร่าน ประกาศยกระดับการโจมตีบริษัท เทคโนโลยีของทางสหรัฐ ในประเทศอื่นและอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ติดตามข่าวสาร ซึ่งทางสถานทูตได้ติดตามเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน
น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่าในที่ประชุม ศบก.รับทราบตามที่กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์น้ำมัน โดยยืนยันว่าจะมีน้ำมันมาเติมอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ยังถือว่าปกติ มีน้ำมันที่อยู่ในสต๊อกและการกลั่นน้ำมันออกมาเพิ่ม ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์จะอยู่ในภาวะปกติ ปั๊มจะมีน้ำมันไม่ขาด หากประชาชนมีการใช้ในปริมาณปกติเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงคมนาคม เตรียมแผนสำรองให้บริการรถน้ำมันไปอยู่ตามจุดต่างๆในกรณีที่มีการใช้มากในบางพื้นที่
โฆษก ศบก. กล่าวว่า ขณะที่การตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค ทางกระทรวงพาณิชย์ ยังเดินหน้าตรวจสอบเรื่องการติดป้ายราคาและการราคากันสินค้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค ส่วนความคืบหน้า “โครงการธงฟ้าประหยัด” จะเริ่มนำสินค้ารายการสำคัญในการอุปโภคบริโภค มาลดราคาในระหว่างวันที่ 2-10 เม.ย. ในพื้นที่กรุงเทพฯและส่วนภูมิภาค
โดยกรุงเทพฯ เริ่มวันที่ 3-5 เม.ย.ที่วัดบำเพ็ญเหนทอ เขตมีนบุรี วันที่ 4-6 เม.ย.ที่วัดศรีกัน เขตดอนเมือง วันที่ 7-9 เม.ย.ที่สนามกีฬาเคหะฉลองกรุง เขตหนองจอก วันที่ 8-10 เม.ย.ที่ตลาดห้าแยกพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา
ส่วนภูมิภาคจะเริ่มวันที่ 8-10 เม.ย. ที่ลานกิจกรรมนิคมอุตสาหกรรม 304 หรือตลาด 304 พลาซ่า อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ทั้งนี้ช่วงรอยต่อการทำงานของ ศบก.ที่จะหมดวาระ ขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ และข้อมูลจากเพจ ศบก.และเพจหลักของกระทรวงพลังงานกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์
ส่วนในการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 9/2569 ที่มีนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงต่าง ๆ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งในรูปแบบ ในสถานที่และผ่านระบบออนไลน์
โดยกระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าอิหร่านเริ่มโจมตีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ขณะที่อิสราเอลประกาศเตือนภัยสงครามขั้นสูง เนื่องจากความเสี่ยงของการโจมตีในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวยิว ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด
กระทรวงพลังงานรายงานภาพรวมห่วงโซ่อุปทานน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ทั้งการจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป การกระจายน้ำมันให้ผู้ค้า และการจำหน่าย รวมถึงปริมาณการผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันกลุ่มเบนซิน ซึ่งในภาพรวมสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานยังคงปกติ ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรองตามกฎหมาย แบ่งเป็นปริมาณน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) จำนวน 43 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง จำนวน 33 วัน และน้ำมันที่จัดหาเพิ่มเติม จำนวน 30 วัน รวมคงเหลือ 106 วัน นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้ผู้ค้าน้ำมันกรอกข้อมูลแล้ว
กระทรวงพาณิชย์รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า โดยได้ติดตามสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที หากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมทั้งร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายสินค้า และรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569
สำหรับมาตรการเพื่อลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน กระทรวงพาณิชย์ดำเนิน 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยขณะนี้เริ่มดำเนินการในระยะแรกเริ่มแล้ว ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 และ 2. โครงการธงฟ้า ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้วเช่นกัน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญมาลดราคา ให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าจำเป็นได้อย่างทั่วถึง








