การเมืองทั่วไป

“รุทธพล” แฉ พิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยัน โรงกลั่นไม่เกี่ยว สั่ง “ดีเอสไอ” รับเป็นคดีพิเศษ ตั้งวอร์รูมติดตามป้องกันกักตุน

แชร์ข่าว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงว่า จากนโยบายนายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงยุติธรรมทำการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ดำเนินการจากปลายทางคือสถานีน้ำมันหรือปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กรมการปกครอง เข้าไปทำการตรวจสอบต่อเนื่องมาถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน 2.มอบกรมการสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ทำการตรวจสอบจากต้นทางคือตั้งแต่โรงกลั่นมาคลังน้ำมันเมื่อเอาข้อมูลมาชนกัน ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินการในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พบการกระทำผิดและมีการจับกุมจำนวนหลายราย เช่น ในส่วนของพื้นที่จ.อ่างทอง จ.ตาก และจ.นครสวรรค์ และตรวจพบกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบทางต้นทาง ตนขอยกเคสการดำเนินการที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางมีเรือขนบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่จังหวัดคลังน้ำมัน 6 แห่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันจำนวนทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางก็มีน้ำมันหายไปบางส่วน มีน้ำมันถึงปลายทางในคลังของจ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 160 ล้านลิตร ซึ่งหายไปจำนวนทั้งสิ้น 57 ล้านลิตร นี่คือในส่วนของข้อมูลทางทะเล

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การดำเนินการในเรื่องของคดีต่างๆ เราจะดำเนินการเป็นรูปแบบเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเราจะเอาเคสจ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการเกี่ยวกับขนถ่ายทางทะเล ในมาตรการในการต่างๆโดยเอกสารต่างๆ เราได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมดแล้วเกี่ยวกับเรื่องตั้งแต่ น.ม.9 แบบรายงานการจ่ายน้ำมันภายในประเทศ (สถานีต้นทาง) น.ม 10 เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ การคงคลังเกินเวลาจำเป็น การเดินทางเกินเวลาที่จำเป็น ในส่วนนี้ก็จะให้ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ แล้วก็ดำเนินการ จะมีการเรียกมาสอบปากคำหากพบการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อหาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยจะมีชุดป้องกันการกักตุนน้ำมัน และหลังจากนี้จะตั้งวอร์รูมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และจะรายงานข้อมูลในเรื่องของปริมาณน้ำมันทุกระบบ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบ ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้จำนวนเท่าไหร่ เป็นตัวเลขที่เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า สรุปโรงกลั่นไม่เกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วนโรงกลั่น ได้เข้าทำการตรวจสอบทั้งระบบเอกสาร และพิสูจน์ทราบภายในถังน้ำมัน ยืนยันว่าโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน จะมีน้ำมันเหลือคงถังเพียงแค่ที่เขาไม่สามารถดึงมาจำหน่ายได้เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า ในส่วนของเรือน้ำมันที่พบเวลาเดินทางเกินปกติ สามารถเข้าไปยึดหรืออายัดน้ำมันไว้ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วน้ำมันก็อยู่ที่คลังแล้ว ในการเดินทางเรายังไม่สามารถไปยึดได้ เพราะไม่ได้กระทำผิดยังไง นอกจากว่าเป็นในส่วนที่เราดำเนินคดีในพื้นที่ จ.อ่างทอง ตาก และนครสวรรค์