เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลว่าขณะนี้อยู่ที่การนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งรัฐบาลพยายามหาทุกช่องทางที่จะลดภาระของประชาชน ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่า จะดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน เนื่องจากมีหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันที่พอถูกกว่ามาเลเซียในระดับหนึ่ง จะเกิดการกักตุนและมีการนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลที่ดี
ส่วนในสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีการออกพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทาง แต่ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง รายได้รัฐ สวัสดิภาพ และค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ แต่มีเป้าหมายคือประชาชน ซึ่งต้องมั่นใจก่อนว่า ที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน รัฐบาลอุ้มธุรกิจ ฉะนั้นขอยืนยันว่า ตนสำนึกอยู่เสมอว่า ตนมาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าคนอื่นดีกว่าประชาชน ไม่มีทางที่จะคิดปกป้องคนไหนก็ตามมากกว่าคนที่เลือกตนมา ตรงนี้ต้องขอพูดให้ชัด ไม่เช่นนั้นจะมีคนพูดเยอะแยะไปหมด เอาไปโพสต์ทำให้เกิดความสับสนในกระแสสื่อต่างๆ ขอย้ำว่า เราสำนึกเป็นอย่างดีว่า เรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรามา ใครให้ความไว้วางใจเรามา ใครให้โอกาสกับเรา จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชน
เมื่อถามว่า ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนินายกฯ ค่อนข้างเยอะ จะบริหารความรู้สึกอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนรับฟังหมด บางคนก็ให้ข้อคิดให้แนวทาง ตนก็ฟัง ก็อ่านดู เราเป็นนายกฯ เป็นคนสาธารณะ ก็เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้
เมื่อถามว่า ไม่เครียดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ ทุกความเห็นจะมีข้อแนะนำ
เมื่อถามว่า ได้มีการให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ ก็ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อย ก็เปลี่ยนดีกว่า ซึ่งไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร
เมื่อถามถึง การทำงานของ นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) สอบผ่านหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ข้อมูลที่สื่อสารกับประชาชน เป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุมศบก. ซึ่งการจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ
เมื่อถามว่า มีคนตำหนิเรื่องของการตอบคำถาม นายกฯ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ อย่างเมื่อเช้ามีแถลงจากทางสหรัฐอเมริกาก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน แม้เราจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องมานั่งดูแลประโยชน์ของประเทศเราให้มากที่สุด จริงๆ ของบางอย่างต้องทำงานอย่างเดียว ให้ผลงานเป็นที่พิสูจน์ ซึ่งบางอย่างก็บอกไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลและความลับทางราชการ แต่รับรองว่าทุกคนทำงานเต็มที่ และไม่มีใครใน ครม. มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่า ไม่มี จะไม่พูดถึงขนาดว่า ถ้ามีจะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มีก็เลยไม่ต้องพูดคำอื่น
นอกจากนี้นายกฯ ยังเปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ นายพิพัฒน์ จะมารายงานงานอื่นๆของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย
เมื่อถามว่า กรณีที่เรียกเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้าช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายกฯ กล่าวว่า มาสรุปสถานการณ์ในภาคใต้ เนื่องจากพอเปลี่ยนรัฐบาล จะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆ รวมถึงพูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การรับมือผลกระทบต่างๆ และสถานะของประเทศไทยว่า จะต้องปฏิบัติอย่างไร จึงถือเป็นการรับทราบข้อมูล








