ไทย–สหราชอาณาจักร สานต่อมิตรภาพ 170 ปี เดินหน้ายกระดับการค้าและการลงทุน ตั้งเป้าบรรลุ FTA ระหว่างกัน สร้างโอกาสเศรษฐกิจใหม่เพื่อประชาชนทั้งสองประเทศ
วันที่ 1 เม.ย.69 เวลา 18.30 น. ณ Gaysorn Urban Resort ถนนราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สหราชอาณาจักร และครบรอบ 80 ปี หอการค้าสหราชอาณาจักร โดยมีนายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ผู้แทนหอการค้าสหราชอาณาจักร ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมประมาณ 300 คน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลา 170 ปีที่ผ่านมา โดยความพิเศษของความสัมพันธ์นี้ มิได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ยาวนาน หากแต่เป็นความสามารถในการปรับตัว พัฒนา และสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยบริษัทจากสหราชอาณาจักรได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับภาคธุรกิจและหน่วยงานของไทย บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยก็ได้ขยายการลงทุนในสหราชอาณาจักร ก่อให้เกิดการจ้างงาน สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านมิติอื่น ๆ อาทิ ด้านกีฬา โดยการลงทุนของไทยในสโมสรฟุตบอล Leicester City ได้สร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน และแสดงให้เห็นว่าความเป็นหุ้นส่วนของทั้งสองประเทศขยายไปไกลได้หลากหลายมิติ
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ไทยและสหราชอาณาจักรรำลึกถึงความสำเร็จในอดีต ก็จำเป็นต้องมองไปข้างหน้า โดยประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจสูง และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไทยมองสหราชอาณาจักรเป็นหุ้นส่วนสำคัญในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งการยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนทางการค้าที่แน่นแฟ้น (Strategic Partnership and Enhanced Trade Partnership) เมื่อ 2 ปีก่อน จะ เป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือในอนาคต
อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศควรเดินหน้าความร่วมมือให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
“หาก 170 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ในอีก 170 ปีข้างหน้าจะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งการร่วมกันสร้างอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าทั้งไทยและสหราชอาณาจักรจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศที่มาร่วมงานในวันนี้” นายกรัฐมนตรีกล่าว







