เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ถึงการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสจะดำเนินการหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางดีขึ้นใช่หรือไม่ว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชน และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามอีกว่า กรอบระยะเวลาดำเนินการของโครงการหลังแถลงนโยบาย จะเริ่มเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราประเมินจากโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วงสิ้นปี 2568 ที่ประชาชนได้ใช้ ทุกคนพึงพอใจ และเรียกร้องให้มีโครงการนี้เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมา วิน วินกับทุกภาคส่วน
เมื่อถามย้ำว่า จะเริ่มโครงการคนละครึ่งพลัสได้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า พอรัฐบาลเข้ามา จะเร่งดำเนินการผลักดันโครงการนี้ให้ออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นโครงการเรือธงที่พวกตนให้สัญญากับประชาชน จะไม่มีความผกผัน ผันผวน หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมัน หรือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นคนละเรื่องกัน เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง
เมื่อถามอีกว่า ที่ได้หาเสียงไว้ว่าจะเติมเงินเป็น 2,000 บาทจะเป็นตามนั้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็พลัสจากที่ตนได้รับรายงานจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ก็พลัสเพิ่มอยู่แล้ว เป็นพลัสพลัส เป็นเวอร์ชั่นต่างๆ ที่อัปสกิล ออกมาชัดเจนมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับเงื่อนไขจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีด้วยใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้มีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการที่ออกมายังไม่ครอบคลุมนั้น เรื่องนี้ขอให้นายเอกนิติ สรุปให้ชัดเจนอีกครั้ง โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรายังต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอขึ้นมา แต่ย้ำว่าเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนจะพลัสเท่าไหร่ อะไรไปบ้าง แต่พลัสมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะประชาชนให้ความมั่นใจกับโครงการนี้







