เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต ฝ่ายการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุม ศบก.ว่า สำหรับมาตรการที่จะใช้ลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ได้กำหนดแนวทางและมาตรการดูแลเป็นรายกลุ่ม ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้ส่งออก
นายประคัลร์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เป็นกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย เป้าหมายหลักคือ การลดค่าครองชีพโดยทันทีและตรงจุด มาตรการหลักได้แก่ โครงการไทยช่วยไทย และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งสองโครงการเป็นโครงการที่เริ่มทำได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่กำกับดูแล เพื่อลดค่าครองชีพ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 รวมทั้งสิ้น 66 รายการและในกลุ่มเกษตรกรมีเป้าหมายหลักในการลดต้นทุนการผลิต และเสริมรายได้ให้เกษตรกร มาตรการหลักได้แก่ โครงการธงเขียวราคาประหยัด เปลี่ยนเป็นปุ๋ยธงเขียวพลัส เป็นการสนับสนุนการลดปุ๋ยเคมี ลดการพึ่งพาการนำเข้า ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเชื่อมโครงการไทยช่วยไทยกับผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะมีส่วนในการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และจะมีการกำกับดูแลสินค้า ต้นทุน อย่างเช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมด้วย
นายประคัลร์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ส่งออก มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก คือการบริหารต้นทุนการขนส่ง ทางกระทรวงพาณิชย์ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนและสภาหอการค้า เพื่อที่จะหาช่องทางประสานแก้ปัญหาเรื่องการขนส่งทางเรือ ตั้งแต่ค่าระวางเรือ โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเรือออกจากจุดที่ยังไม่สามารถนำออกมาได้ ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ ทั้ง 58 แห่งทั่วโลกรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสินค้าที่ตกค้างอยู่ตามประเทศต่างๆ จะมีช่องทางนำเข้ากลับประเทศได้อย่างไร รวมถึงการใช้ท่าเรือรองในการขนถ่ายสินค้าให้เป็นไปได้อย่างสะดวก และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลานี้








